แววตาที่สดใสของเจียงหลีเต็มไปด้วยความยั่วยุ
แววตาเช่นนั้นทำให้ฉู่เฟยชิงต้องขมวดคิ้วขึ้นและปรากฏดวงตาที่ไม่มีความสุขเลย เป็นเพียงนางทาสรับใช้ บังอาจยั่วยุนางเลยหรือ
“เจ้ากำลังมองหาอะไรหรือ” ฉู่เฟยชิงยกคางขึ้นและมองไปที่เจียงหลีโดยจากด้านบนมองลงไปด้านล่าง
สายตาทั้งสองข้างที่เฉียบขาดของมู่เจิ้งเฟิงมืดลงชั่วขณะโดยไม่พูด ดูเหมือนว่าเขาจงใจปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเช่นนั้น
เขาซึ่งเป็นฮ่องเต้ยังไม่พูดอะไรเลย คนอื่นยิ่งไม่กล้าพูดหรอก
เพียงแต่เมื่อมู่เจิ้งเฟิงมองไปที่ลู่เจี้ยซึ่งยืนอยู่อย่างนิ่งเงียบภายในท้องพระโรง เขาก็สบตากับดวงตาแวววาวคู่นั้นที่คาดเดาไม่ถูก
ฮึ! มู่เจิ้งเฟิงอุทานในใจอย่างเฉยชา เขาคิดไม่ออกว่าคนไร้ประโยชน์ที่ถูกลิขิตว่าต้องตายก่อนวัยอันควรและไม่สามารถฝึกพลังวิญญาณจิตได้ มีสิทธิ์อะไรมาสบตากับเขาอย่างยืนหยัดแน่วแน่เช่นนี้
เขาคือฮ่องเต่ แต่ลู่เจี้ยเป็นใครหรือ เพียงคนไร้ประโยชน์คนหนึ่งเท่านั้น!
งดงามนั้นก็งดงามอยู่ แต่น่าเสียดายที่เป็นเพียงผู้ชาย! แววตาแห่งความเสียใจฉายผ่านดวงตาที่ดุดันของมู่เจิ้งเฟิง
“ก็ต้องมองท่านอยู่แล้ว” เจียงหลีโค้งริมฝีปากขึ้นอย่างเล่นหูเล่นตา
พอได้ยินคำตอบของนางแล้ว ฉู่เฟยชิงก็ยิ่งขมวดคิ้ว “เจ้าเป็นแค่บ่าวรับใช้ผู้ต้อยต่ำ บังอาจดูหมิ่นข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ”