ทุกคนต่างมองไปที่ร่างน้อยๆ ซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าลู่เจี้ยด้วยความสับสน
มีเพียงลู่เจี้ยเท่านั้นที่ยังคงยิ้มบางๆ ที่มุมปากอยู่ ราวกับว่าไม่ว่าเจียงหลีจะทำอะไรก็ตาม ล้วนต้องได้รับอนุญาตจากเขาก่อน
“รับสามกระบวนท่า? เจ้าคู่ควรเช่นนั้นหรือ” ฉู่เฟยชิงถูกปลุกให้ลุกเป็นไฟจริงๆ เสียแล้ว ขณะนี้ การแต่งหน้าที่ละเอียดละออของนาง ก็เสียรูปไปบ้างแล้ว
“องค์หญิงไม่กล้าหรือเพคะ” แววตาของเจียงหลีเป็นประกายทะเล้นเชิงสัพยอก
“เหอะๆ” ฉู่เฟยชิงหัวเราะเยาะ “หากข้ารับสามกระบวนท่าของเจ้าแล้วอย่างไรต่อเล่า เจ้าตัดสินใจแทนนายน้อยของเจ้าได้หรือ” พอพูดจบเพียงเท่านั้น นางก็แอบมองลู่เจี้ย ความงดงามเช่นนี้หายากในโลกแห่งนี้นัก ยังคงทำให้ใจเต้นแรงโดยมิได้ลดน้อยถอยลงเลย
“หากท่านชนะหลีเอ๋อร์ ข้าจะกลับรัฐฉู่พร้อมกับท่าน” ใครจะไปคาดเดาได้ว่าพอฉู่เฟยชิงพูดจบ ลู่เจี้ยที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดกลับเอ่ยขึ้นทันที ทำให้ทุกคนตะลึงงันกับคำพูดที่เสียงดังสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
อะไรนะ! เขาพูดเช่นนั้นได้อย่างไร
“เจี้ยเอ๋อร์…” พระชายาลู่กระซิบอย่างเป็นห่วง
ซึ่งแม้แต่เจียงหลีก็หันกลับมามองหน้าเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน แน่นอนว่าการมองครานี้กลับถูกดูดเข้าไปในที่ส่วนลึกในดวงตาของนางแล้ว
“เจ้าพูดจริงหรือ!” เสียงของฉู่เฟยชิงซ่อนความตื่นเต้นไว้ โดยขัดจังหวะความรู้สึกที่จมดิ่งลงของเจียงหลี
นางหันกลับมอง โดยมองไปที่เจียงหลีเหมือนเช่นเคย