เพียงแต่ความสนใจของฉู่เฟยชิงในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่นางแล้ว แต่อยู่ที่ลู่เจี้ยแทน
เมื่อมองไปที่ความตื่นเต้นของนางแล้ว ก็เก็บซ่อนแววตาแห่งการครอบครองไว้ไม่อยู่ ความไม่พอใจภายในจิตใจของเจียงหลี ทำให้นางต้องการเอาชนะคนตรงหน้าให้ได้
“จริงอย่างแน่นอน” น้ำเสียงของหลู่เจี้ยยังคงสงบนิ่งตามเดิม
ฉู่เฟยชิงรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากและไม่ลังเลอีกต่อไป “ได้! เห็นแก่หน้าเจ้า ข้าให้โอกาสนาง”
สายตาของนางเปลี่ยนไปจ้องที่เจียงหลีแทนและกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ข้าจะรับสามกระบวนท่าจากเจ้า หากข้ารับได้ ถือว่าข้าชนะ”
“หากท่านแพ้ล่ะเพคะ” เจียงหลีกลอกตาซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้
“ข้าจะแพ้ได้อย่างไร ตั้งแต่เล็กจนโต ข้าไม่เคยประลองยุทธ์แล้วแพ้เลยแม้แต่ครั้งเดียว” ฉู่เฟยชิงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ท่าทางภาคภูมิใจนั้นทำให้เจียงหลีหัวเราะอย่างเงียบๆ
ฉุนกุ้ยเฟยวิตกกังวลอยู่ในใจ ทว่า ฉู่เฟยชิงกลับไม่รู้ เพราะนางรู้ดีว่าสิ่งที่เรียกว่าไม่เคยแพ้ เพียงเพราะสถานะของฉู่เฟยชิง จึงทำให้คู่ฝึกของนางไม่กล้าต่อสู้กับนางได้อย่างเต็มที่
นางตั้งใจจะขัดขวาง แต่กลับได้ยินมามาคนสนิทกระซิบข้างหูว่า “พระสนมเพคะ ก่อนที่เจียงหลินเฟิงจะเกิดเรื่อง ได้ยินมาว่าหญิงสาวคนนี้ไม่เคยเบิกเนตรญาณสำเร็จมาก่อนเลยเพคะ ยิ่งไปกว่านั้น นางกล้าลงมือรุนแรงกับองค์หญิงน้อยหรือเพคะ”