ประโยคแรกนั้นบ่งบอกว่าเจียงหลีเบิกเนตรญาณมาเพียงระยะสั้นเท่านั้น ประโยคหลังบ่งชี้ถึงสถานะของฉู่เฟยชิงซึ่งวางให้เห็นอยู่ทนโท่แล้ว เจียงหลีคงมิกล้าลงมือจริงๆ หรอก
ดวงตาของฉุนกุ้ยเฟยกระตุกเล็กน้อยแล้วแอบชำเลืองมองลู่เจี้ย หากพูดจากก้นบึ้งของหัวใจแล้ว นางไม่เต็มใจให้หนุ่มรูปงามต้องย้ายจากโฮ่วจิ้นไปไกล
“เจี้ยเอ๋อร์” แววตาของพระชายาลู่เต็มไปด้วยความกังวล รู้สึกว่าการตัดสินใจของลู่เจี้ยนั้นประมาทเกินไปนัก
แต่ทว่า ลู่จ้านกลับกระซิบว่า “พระชายาอย่าได้กังวลใจไปเลย นายน้อยมีแผนการไว้อยู่แล้วขอรับ”
พระชายาลู่ลอถอนหายใจและทำได้เพียงพยักหน้า
“ในเมื่อเป็นการเดิมพัน ก็จงพูดให้กระจ่าง หากชนะ นายน้อยของข้ากลับไปกับท่าน หากแพ้ ก็ล้างเท้าให้ข้าด้วยตัวของท่านเอง ตกลงหรือไม่เพคะ” ในรอยยิ้มของเจียงหลีนั้นเก็บซ่อนความชั่วร้ายไว้
“อะไรนะ ให้ข้าล้างเท้าให้เจ้าหรือ” ใบหน้าของฉู่เฟยชิงดูเคร่งขรึมนัก
“จะจองหองเกินไปแล้ว” มู่เจิ้งเฟิงพูดด้วยเสียงเรียบ
ทุกคนในท้องพระโรงต่างมองไปที่งเจียงหลีด้วยความตะลึงงัน รู้สึกว่านางช่างกล้าพูดอะไรเช่นนี้
ให้องค์หญิงล้างเท้าให้นางหรือ
จุ๊ๆๆ!
แววตาดุดันที่แอบซ่อนปลายมีดไว้ ลอยมาทางเจียงหลีตลอดเวลา นางกลับจ้องมองไปที่ฉู่เฟยชิงเพียงเท่านั้น “กล้าหรือไม่ หรือว่าท่านแพ้ไม่เป็น”