เจียงหลีรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่มาจากพระชายาซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ จึงหันกลับไปมองและเห็นว่านางกำลังกัดริมฝีปากล่างอย่างแผ่วเบา โดยใบหน้าเขียวคล้ำพร้อมกับกำลังอดทนอดกลั้นอยู่
ฮ่องเต้และราษฎร ฮ่องเต้และราษฎร สถานะแตกต่างกันเช่นนี้ ทำให้นางมิสามารถสละทุกสิ่งเพื่อปกป้องลูกของตนได้
เพราะนางไม่ได้เป็นเพียงมารดาของลู่เจี้ย แต่เป็นนายหญิงของตระกูลลู่ด้วย
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ข้าหลวงรับคำและรีบถอยออกจากตำหนักบุปผาทันที
พอได้ยินว่าในที่สุดลู่เจี้ยจะเข้ามาแล้ว คนเดิมทีที่ไม่ได้ตั้งใจดูการแสดงร้องเพลงและร่ายรำก็กลับเริ่มมีพลังขึ้นทันที สายตาจ้องมองไปที่ทางเข้าของตำหนักแห่งนี้โดยมิได้กะพริบตาเลยแม้แต่น้อย
ณ ตำหนักบุปผานิ่งเงียบไปชั่วขณะและทุกคนที่มาร่วมงานเลี้ยงของราชสำนักต่างมองไปที่ประตูทางเข้าอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย
นายน้อยรูปงามแห่งตระกูลลู่ มิใช่ว่าใครๆ ก็จะสามารถพบเจอได้ง่ายๆ
คนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ มีจำนวนน้อยคนนักที่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของลู่เจี้ยมาก่อน คนส่วนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นถึงใบหน้าที่งดงามที่สุดแห่งโฮ่วจิ้นกันทั้งนั้น
มิได้ปล่อยให้ผู้คนรอนานเลย ข้าหลวงหลังจากเดินจากไปก็กลับมาจากด้านนอกของตำหนักแล้ว ชุดราชสำนักทรงหลวมใหญ่สีม่วง ค่อยๆ เปล่งประกายฉายออกมาจากแสงยามค่ำคืน
ฉับบบ!
เสียงคนเดินพัดผ่านมา แววตาของเจียงหลีก็มองไปทางนอกประตูเช่นกัน