เจียงหลีมองไปที่นาง มองเห็นแสงเย็นเยือกพุ่งผ่านดวงตาของนาง เจียงหลีรู้สึกว่าพระชายาลู่ดูเหมือนจะไม่ชอบองค์หญิงน้อยแห่งรัฐฉู่สักเท่าไหร่นัก ถึงขนาดที่ว่ารังเกียจเล็กน้อยเลยด้วยซ้ำ
เหตุใดถึงมีอารมณ์เช่นนั้นได้ เจียงหลีรู้สึกมึนงงเล็กน้อย
เมื่อมาถึงด้านนอกของตำหนักบุปผา คนของจวนอ๋องลู่ก็ถูกข้าหลวงขวางไว้
ข้าหลวงบีบเสียงแหลมและกล่าวด้วยวาจาแปลกๆ ว่า “พระชายาลู่พ่ะย่ะค่ะ ฮ่องเต้มีพระราชโองการให้คนของจวนอ๋องลู่ยกเว้นนายน้อยลู่เจี้ยเข้าไปที่ท้องพระโรงก่อน สำหรับนายน้อยลู่ให้รอรับพระราชโองการตรงตำหนักข้างๆ ไปก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” พระชายาลู่ขมวดคิ้ว ความน่าเกรงขามย้ายจากคิ้วของนางขึ้นไปด้านบนแล้ว
ข้าหลวงเลิกคิ้ว “นี่เป็นพระประสงค์ของฮ่องเต้พ่ะย่ะค่ะ”
“ฮึ!” พระชายาลู่อุทานอย่างเย็นชาและกำลังจะเอ่ยปากตำหนิ แต่ถูกลู่เจี้ยห้ามไว้ก่อนว่า “ท่านแม่ พวกท่านเข้าไปก่อนเถิดขอรับ”
คำพูดของเขา ทำให้มุมปากของข้าหลวงโค้งขึ้นแสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจ และสายตาของเขาที่มองหน้าลู่เจี้ยอยู่นั้นก็เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
ลู่เจี้ยไม่ใส่ใจสายตาที่ดูหมิ่นเขาเช่นนั้น เพียงแต่มองไปที่พระชายาลู่เท่านั้น แสงในดวงตานั้นไม่สามารถคาดเดาได้เลย
“เจี้ยเอ๋อร์…” พระชายาลู่กล่าวด้วยความเป็นห่วง
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไรขอรับ” ลู่เจี้ยปลอบประโลม