คำพูดของลู่เจี้ย ทำให้ความโกรธพุ่งผ่านดวงตาของลู่จ้าน
เพราะไม่ได้เข้าวังคารวะทักทาย จึงใช้โอกาสนี้เอาคืนโดยสร้างความอับอายให้แก่นายน้อยของเขาหรือ
“นายน้อยขอรับ มีคนมาจากวังหลวงขอรับ” ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีองครักษ์ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อรายงานกับลู่เจี้ย
ลู่เจี้ยคลายปลายนิ้ว ดอกไม้ในมือจึงร่วงหล่นลงสู่พื้น สายตาเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ไม่มีความตกใจแม้แต่น้อย “ไปกันเถอะ ไปรับราชโองการ”
เขาเดินนำ โดยมีลู่จ้านเดินตามหลังไป
ข้าหลวงในวังหลวงประกาศพระราชโองการด้วยปากเปล่า ซึ่งเนื้อหามิได้แตกต่างจากสาส์นลับที่ลู่เจี้ยได้รับมาก่อนหน้านี้
โดยปกติแล้ว พระราชโองการที่ประกาศโดยปากเปล่า จะไม่ใช่ลักษณะที่กล่าวไปอย่างตรงไปตรงมากนัก จะบอกเนื้อหาเพียงว่าลู่เจี้ยได้รับเชิญเป็นตัวแทนของจวนอ๋องลู่ให้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำแห่งราชสำนัก โดยมีเนื้อหาเน้นย้ำประโยคหนึ่งว่า ต้องเข้าร่วมสถานเดียว มิเช่นนั้นจะถือว่าขัดราชโองการ
พอประกาศพระราชโองการเสร็จสรรพ ข้าหลวงก็เดินจากไป
พระชายาลู่รีบเดินเข้ามาหา มองเห็นเงาด้านหลังของบุตรชายกำลังยืนอย่างโดดเดี่ยวเพียงผู้เดียวอยู่ในห้องโถงใหญ่ จึงอดสงสารไม่ได้ “เจี้ยเอ๋อร์”
เสียงของนางสะอึกสะอื้นเล็กน้อย