นางรู้สึกสงสารบุตรชายของตน เห็นชัดๆ ว่าเขาขาดวิญญาณจิตไปหนึ่งดวง ไม่สามารถบำเพ็ญปฏิบัติได้ จึงเป็นห่วงเรื่องอายุขัยของเขายิ่งนัก แต่ก็หลีกหนีแผนการชั่วร้ายลับๆ นี้ไปไม่พ้น
เมื่อได้ยินเสียงมารดาของตน ลู่เจี้ยจึงหันกลับมาและมองไปทางมารดาด้วยแววตาที่อบอุ่นว่า “ท่านแม่”
พระชายาลู่เดินเข้าไปหาเขา พยายามยื่นมือออกไปเพื่อสัมผัส แต่นางก็กังวลว่าอาจทำให้เขาบอบช้ำได้ นางจึงรีบดึงมือที่ยื่นออกไปแล้วครึ่งทางกลับมา
แน่นอนว่าเมื่อนางมือดึงกลับ ก็ถูกฝ่ามือใหญ่ของลู่เจี้ยคว้ามือของนางไว้ และนำมาวางลงบนแก้มของเขา
“ท่านแม่ ข้าสบายดีนะขอรับ”
คำปลอบประโลมของบุตรชายทำให้พระชายาลู่ถึงกับแสบจมูก โดยน้ำตาเอ่อล้นรอบดวงตา “เจี้ยเอ๋อร์ ลูกชายข้าช่างน่าสงสารนัก”
ลู่เจี้ยยิ้มบางๆ “ในเมื่อข้าตัดสินใจกลับมาเมืองซั่งตู เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นไปอย่างที่คาดไว้อยู่แล้วขอรับ”
“เจี้ยเอ๋อร์ ข้าต้องการเพียงให้เจ้ามีสุขภาพแข็งแรง ไม่อยากให้เจ้าต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ และยิ่งไม่ต้องการให้ใครมาทำร้ายเจ้าได้” แววตาของพระชายาลู่ดุร้ายขึ้นมาทันที “หากมีใครกล้าทำร้ายเจ้า ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม แม้ว่าข้าจะต้องสู้จนตัวตายก็ไม่มีวันปล่อยเขาไปแน่”
“โปรดวางใจเถิดท่านแม่ ข้าเป็นบุตรชายของตระกูลลู่ ควรทำเพื่อตระกูลลู่บ้าง หากข้าไม่ยินยอม ก็ไม่มีใครมาทำร้ายข้าได้” ลู่เจี้ยรับประกันกับมารดาของตน