“สำหรับงานเลี้ยงอาหารค่ำแห่งราชสำนักในค่ำคืนนี้ พวกเราจะไม่ไปเข้าร่วม” ระหว่างเดินทางมา พระชายาลู่ก็ได้รับสาส์นลับเช่นเดียวกับลู่เจี้ยและจะปล่อยให้บุตรชายของตนเข้าวัง เพื่อถูกกลั่นแกล้งให้อับอายขายหน้าได้อย่างไร
เมื่อองค์หญิงแห่งรัฐฉู่ต้องการพบหน้าบุตรชายของนาง พวกเขาก็ควรส่งตัวให้เข้าไปพบอย่างนั้นหรือ
ฮ่องเต้เห็นว่าบุตรชายของนางเป็นอะไร! เห็นว่านายน้อยแห่งตระกูลลู่เป็นอะไร!
เขาไม่เพียงแต่จะสร้างความอัปยศอดสูแก่ลู่เจี้ยเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงตระกูลลู่ด้วย!
เพื่อป้องกันลู่เจี้ย ไม่ให้เขาต้องอับอายจากสภาวะความแข็งแรงของร่างกาย ทั้งตระกูลจึงเห็นพ้องต้องกันโดยให้เขาสืบทอดตำแหน่งนายน้อย ทั้งตระกูลลู่ก็ต่างดูแลเขาอย่างประคบประหงม นางจะยอมให้เขาถูกคนอื่นมองเป็นอาหารตาและแพละโลมได้อย่างไร
“ท่านแม่ ไม่ไปไม่ได้นะขอรับ” ลู่เจี้ยส่ายหัวอย่างช้าๆ
“แต่ว่าเจี้ยเอ๋อร์…”
ลู่เจี้ยขัดจังหวะพูดของพระชายาลู่ “ท่านแม่อย่ากังวลไปเลยนะขอรับ ทั้งหมดไว้พลิกแพลงตามสถานการณ์ขอรับ”
เมื่อเขาพูดถึงเช่นนี้แล้ว พระชายาลู่จึงทำได้เพียงเก็บซ่อนความกังวลไว้แค่ในใจ แล้วกล่าวกับเขาว่า “เอาเถิด พวกเราสองแม่ลูกเข้าวังไปร่วมงานเลี้ยงด้วยกัน ข้าก็อยากเห็นจริงๆ ว่าพวกเขาจะกระทำเช่นไรกับเจ้า”
***
งานเลี้ยงของราชสำนักเริ่มต้นขึ้นในช่วงพลบค่ำ