ขณะนี้ ยังเหลือเวลาอีกสักพักหนึ่ง หลังจากอำลาจากท่านแม่แล้ว ลู่เจี้ยไม่ได้กลับไปที่เรือนของตน แต่กลับมุ่งหน้าไปทางเรือนที่เจียงหลีอาศัยอยู่
เพียงแต่ พอเขาเดินไปถึงนอกประตู เขากลับไม่ได้เดินเข้าไป
“อวี้เฉินขอคารวะนายน้อยขอรับ” เมื่อเด็กหนุ่มที่รับใช้เจียงหลีพบกับลู่เจี้ย จึงรีบคุกเข่าลงแทบเท้าทันที ขณะเดียวกัน อวี้เฉินก็แอบตื่นตระหนกในใจ นายน้อยเพิ่งเดินจากไปเองมิใช่หรือ เหตุใดถึงกลับมาที่นี่อีกครั้ง
ลู่เจี้ยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วค่อยๆ กล่าวอย่างช้าๆ ว่า “ไปบอกนายหญิงของเจ้าด้วย คืนนี้ให้เข้าวังเพื่อร่วมงานเลี้ยงกับข้า” พอพูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปทันที
รอให้เขาเดินจากไปก่อน อวี้เฉินถึงจะเงยหน้าขึ้นและมองไปที่เงาด้านหลังที่สง่างามยิ่งนักด้วยความสงสัย
อวี้เฉินส่งต่อคำพูดนี้ไปยังเจียงหลี นางก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
“ตามนิสัยของเขาแล้ว หากไม่มาเลย ก็จะเดินเข้ามาหาโดยตรงเลย เหตุใดมาถึงแล้วก็เดินละจากไปเลยเล่า” เจียงหลีบ่นพึมพำหลังจากได้ฟังข้อความจากอวี้เฉิน
อวี้ซูที่อยู่ข้างๆ กระแอมเบาๆ หนึ่งทีแล้วเตือนด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “แม่นางจะต้องเข้าวังเพื่อร่วมงานเลี้ยงของค่ำคืนนี้ พวกเราต้องรีบลุกขึ้นจัดเตรียมหรือไม่เจ้าคะ”
เอ้อ!
เข้าวังร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำหรือ