“ข้าไม่ไป” เจียงหลีชักสีหน้าทันที นางกำลังบาดเจ็บอยู่ จะไปร่วมงานเลี้ยงได้อย่างไรและก็ไม่ได้เชิญนางด้วย นางเป็นเพียงผู้ติดตามจะไปหรือไม่ก็ได้
ท่าทีที่แน่วแน่ของนาง ทำให้ใบหน้าที่คล้ายคลึงกันของทั้งสองคนอย่างอวี้ซูและอวี้เฉินถึงกับแสดงสีหน้าลำบากใจอย่างพร้อมเพรียงกัน
อวี้ซูต้องการเกลี้ยกล่อมนาง แต่เมื่อเห็นเจียงหลีหลับตาอยู่ จึงไม่รู้ว่าจะโน้มน้าวนางเช่นไรดี สุดท้ายนางทำได้เพียงพูดกับน้องชายว่า “เจ้าไปที่เรือนของนายน้อย บอกว่านายหญิงไม่ค่อยสบาย คงจะไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำของราชสำนักด้วยไม่ได้แล้ว”
อวี้เฉินพยักหน้า แล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที
เด็กหนุ่มผู้นี้มีอากัปกิริยาคล่องแคล่วและว่องไวนัก เพียงชั่วพริบตาเขาก็หายออกจากเรือนของเจียงหลีไปเสียแล้ว
หลังจากขอเข้าพบลู่เจี้ยแล้ว พออวี้เฉินพูดในสิ่งที่พี่สาวของตนสั่งอีกรอบจนเสร็จสรรพแล้ว ก็รู้สึกว่าบรรยากาศโดยรอบก็เย็นเยือกลงทันที
ช่างน่ากลัวนัก! หัวใจของอวี้เฉินสั่นสะท้านและนำศีรษะของเขามุดเข้าไปที่หน้าอกอย่างรุนแรง
ลมหายใจที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกว่านายน้อยผู้งดงามดุจเทพบุตรนั้นกลายเป็นบุคคลที่น่ากลัวยิ่งนัก น่ากลัวยิ่งนัก!
“ลู่จ้าน” ลู่เจี้ยซึ่งนั่งอยู่ด้านบนสุดเอ่ยปากเรียกอย่างช้าๆ
“ขอรับ” ลู่จ้านก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอรับคำสั่งของลู่เจี้ย