ลู่เจี้ยกล่าวอย่างใจเย็นว่า “หากเจียงหลีไม่ยอมไป ก็ให้มัดนางขึ้นรถ”
โอ้ะ!
เมื่ออวี้เฉินได้ยินเช่นนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจและมองไปที่ลู่เจี้ยด้วยความตะลึงงัน
แน่นอนว่าหลังจากมองเขาเสร็จแล้ว เขาก็รีบลดศีรษะลงอีกครั้งด้วยจิตใจที่ลนลาน สีหน้าของนายน้อยดูแย่มากจริงๆ!
ขณะเดียวกัน เขาก็กังวลแทนเจียงหลีเช่นกัน เพราะกลัวว่านางจะถูกลงโทษหากทำให้นายน้อยโมโห
“ขอรับ” แม้ว่าลู่จ้านจะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็มิได้เป็นอุปสรรคไม่ให้เขาปฏิบัติตามคำสั่งของลู่เจี้ยอย่างเคร่งครัด
“เจ้ากลับไปเถิด” เสียงของลู่เจี้ยลอยมาจากเหนือศีรษะของอวี้เฉิน
อวี้เฉินที่รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ก็รีบลดศีรษะลงและถอยหลังจากไปทันที พอออกจากเรือนของลู่เจี้ยแล้ว เขาก็รู้สึกถึงความเย็นเยือกตรงบริเวณแผ่นหลัง เพราะเสื้อผ้าเปียกเหงื่อจนชุ่ม
เขาไม่ทันแม้แต่จะจัดระเบียบตัวเองก่อน ก็รีบวิ่งกลับไปที่เรือนของเจียงหลีอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ขมขื่นและรายงานสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินให้แก่เจียงหลี
พอพูดจบแล้ว เขาอดพูดเกลี้ยกล่อมไว้ไม่อยู่ “แม่นาง พวกเราฟังคำของนายน้อยเถิดขอรับ อย่าทำให้เขาหงุดหงิดเลย มิเช่นนั้นท่านจะเดือดร้อนเอาได้นะขอรับ”
เจียงหลีขมวดคิ้วหลังจากได้ยินคำพูดนั่นแล้วกล่าวว่า “เขาบอกให้ลู่จ้านมามัดข้า!?”
“ขอ…ขอรับ…” อวี้เฉินพูดตะกุกตะกัก