พอเจียงหลีคิดว่าเขาจะพูดต่อหรือตำหนิอย่างรุนแรงว่านางทำอะไรที่ไม่สมควร เขาก็ปล่อยนางทันทีแล้วลุกขึ้นยืน สะบัดแขนเสื้อและเดินจากไป โดยไม่หันกลับมามองหน้านางอีกเลย
“โกรธเคืองอะไรนักหนา” เจียงหลีลุกขึ้นจากเตียงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของตน แล้วบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ
หลังจากที่ลู่เจี้ยเดินจากไปด้วยความโกรธ อวี้ซูที่รออยู่ข้างนอกอย่างอกสั่นขวัญแขวนเป็นเวลานานก็เดินเข้ามาด้วยความตกใจ “นายหญิงไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ นายน้อยนี่ก็จริงๆ เลย ท่านยังบาดเจ็บอยู่ เหตุใดถึงไม่คำนึงถึงร่างกายของท่านเลย ยังจะให้ท่านปรนนิบัติ…”
เอ่อะ!
เสียงของอวี้ซูหยุดลงทันที
นางตะลึงงันอยู่กับที่และมองไปที่ผิวซึ่งถูกเปิดออกของเจียงหลี เดิมทีบาดแผลยังคงมีเลือดไหลพรากอยู่ ทว่า บัดนี้กลับเหลือเพียงสะเก็ดแล้ว
สะเก็ดนั่นไม่ใช่สะเก็ดใหม่ แต่เป็นสะเก็ดที่กำลังจะหาย
นี่…เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
อวี้ซูรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
แต่นางกลับไม่รู้ว่าหากเทียบกับความประหลาดใจของนางแล้ว เจียงหลีกลับรู้สึกเสียใจ ช่างเสียดายนัก เหลือเพียงนิดเดียวเท่านั้น พลังที่ลู่เจี้ยปล่อยรั่วไหลออกมาก่อนหน้านี้ ได้รักษาอาการบอบช้ำของข้าไปพอประมาณแล้ว หากขอเพียงอีกสักนิด อาการบาดเจ็บของข้าก็จะหายเป็นปกติแล้ว ข้าก็คงไม่ต้องมานั่งพักฟื้นอยู่ที่จวนอ๋องลู่ต่อไปและสามารถไปที่สถาบันไป๋หยวนได้เร็วขึ้นด้วย