เจียงหลีปฏิเสธในใจ
ไม่แน่จิ้งจอกที่งดงามนี้คิดแผนไม่ดีอีก คิดเล่นงานนางอีกเป็นแน่!
อวี้ซูเดินออกไปถึงประตูยังไม่ลืมเอาน้องชายไปด้วยแล้วปิดประตูห้องอย่างเบามือ ในห้องเหลือเพียงเจียงหลีกับลู่เจี้ยสองคน
บรรยากาศในห้องเริ่มคลุมเครือ เจียงหลีรู้แปลกพิกลกับท่าทีของเขา แต่ลู่เจี้ยกลับเผยรอยยิ้มที่มีความลึกซึ้ง พูดเอ่ยเสียงเบาว่า “หลีเอ๋อร์ครั้งนี้ที่ปกป้องเสี่ยวเสวียนลำบากเจ้าแล้ว ทำให้ตัวเองบาดเจ็บเช่นนี้ เดียวข้าทายาให้เจ้าเอง”
พูดเสร็จ เขาก็ใช้ช้อนหยกคว้ายาข้นขาว ทาลงแผ่นหลังเจียงหลีอย่างเบามือ บาดแผลเจียงหลีนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการฝืนใช้ ‘จักรพรรดิพิโรธ’ ต้องใช้เวลารักษาภายในสักระยะ ส่วนแผลภายนอก…. ยาที่พระชายาลู่รับสั่งให้คนส่งมา เล่ากันว่าจะไม่ทำให้เกิดแผลเป็น ยาข้นขาวที่ทาลงบาดแผลเกิดความรู้สึกเย็นสบาย
แต่ว่าเจียงหลีขนลุกในใจ ลู่เจี้ยเพิ่งทาไปครั้งหนึ่ง นางก็คว้าผ้าห่มปกปิดเรือนร่างของตน มองด้วยความระแวง “ท่านจะทำบ้าอะไรกัน”
“ทายาให้หลีเอ๋อร์อย่างไรเล่า” ลู่เจี้ยตอบอย่างจริงจัง แต่เจียงหลีกลับระแวงมากกว่าเดิม ทันใดนั้นนางถามขึ้นมาว่า “สายเลือดของตระกูลลู่มีความลับ”
มือลู่เจี้ยที่กำลังทายาหยุดชะงักพร้อมยิ้มขึ้นมา
แม่หนูเจ้าเล่ห์นี่ อยากเปลี่ยนหัวข้อ ให้สิทธิ์อยู่ในกำมือของตนอย่างนั้นสินะ?
“อืม” ลู่เจี้ยตอบเสียงเบา แต่ว่า ยังไม่รอเจียงหลีถามต่อ ก็เงยหน้าสบกับแววตาประกายของนาง