อีกอย่างตอนนี้ พลังแห่งสายเลือดของนางได้แปลงเป็นเนตรญาณแล้ว ร่างกายตอนนี้ไม่มีสายเลือดจากแคว้นกู่วูเลยสักนิด ผลลัพธ์ของการฝืนใช้ ‘จักรพรรดิพิโรธ’ ก็ต้องทนรับเส้นเอ็นที่ขาดแหลกละเอียด อวัยวะภายในเสียหาย ถึงขั้นลดอายุขัย “เจ้าพูดถูก ข้าในตอนนี้ไม่มีแรงฆ่าเจ้าอีก” เจียงหลียกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้ว่าทั้งตัวจะอนาถแค่ไหน ฉินเทียนอียังเห็นความสง่างามที่ซ่อนอยู่บนใบหน้าของนาง
ฉินเทียนอีเลิกคิ้วขึ้น รอฟังต่ออย่างสนใจ
“หากเจ้ากล้าเอาเรื่องในวันนี้พูดออกไป สักวันข้าจะหาโอกาสฆ่าเจ้าให้ได้” เสียงเจียงหลีเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับว่า สิ่งที่นางพูดเป็นเรื่องจริง หาใช่เรื่องเพ้อฝันไหม
“อยู่ตรงนั้น!” เสียงเรียกดังขึ้นกะทันหัน ทำให้การจ้องหน้าของทั้งสองคนหยุดชะงัก
ฉินเทียนอีเผยรอยยิ้มที่อธิบายไม่ถูก “รอเจ้าฟื้นตัวก่อน ถึงจะมีสิทธิ์มาข่มขู่ข้าได้ แล้วข้าจะบอกเจ้าอีกทีว่าจะช่วยเจ้าเก็บความลับนี้หรือไม่”
ฉินเทียนอีทิ้งท้ายไว้ แล้วลุกขึ้นยืนสะบัดแขนเสื้อด้วยท่าทีที่สง่าผ่าเผย พลางเหยียบหายไปบนกิ่งไม้
เจียงหลีจ้องมองร่างที่จากไปของเขาด้วยสายตาที่มืดมน “หลียาโถ่ว เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม ” ลู่เสวียนที่ตัวคว่ำอยู่กับพื้นค่อยๆขยับเข้าไปหาเจียงหลี ดวงตาที่วิตกความกังวลและความห่วงใยไม่มีท่าทีที่จะปกปิด
เจียงหลีถอนสายตาแล้วมองไปหาเขา เผยรอยยิ้มจางๆ “ข้าไม่เป็นไร”