ห่างจากที่นั่นไม่ไกลมากนัก หนานอู๋เฮิ่นนำคนของสถาบันไป๋หยวนมาถึง พวกเขาเห็นชายเสื้อสีแดงที่หายวับไป
“นั่นมันฉินเทียนอี!” อาจจะเป็นเพราะ เสื้อสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของฉินเทียนอี แม้จะเห็นชายเสื้อแค่แวบเดียว แต่คนข้างๆ หนานอู๋เฮิ่น คนหนึ่งก็เอ่ยชื่อเขาออกมาได้อย่างแม่นยำ
“ทำไมเขาถึงอยู่ในหุบเขาโยวโยวได้” มีคนสงสัย ดวงตาหนานอู๋เฮิ่นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงทุ้มเอ่ย “เข้าไปดูก่อน” เมื่อลู่เสวียนใกล้จะคลานไปถึงข้างกายเจียงหลี หนานอู๋เฮิ่นและพรรคพวกก็มาถึงก่อนแล้ว เดิมทีที่นี่อุดมด้วยพืชพันธุ์ แต่ตอนนี้ว่างเปล่าไปหมด บนพื้นยังมีหลุมรูปทรงแปลกๆ ในหลุมลึกยังมีเศษเลือดและก้อนเนื้ออยู่ ที่ดูไม่ออกลักษณะเดิมของมัน
“เจียงหลี! ลู่เสวียน!”
หนานอู๋เฮิ่นจำสองคนนี้ได้ ในใจเกิดสงสัย เมื่อมองไปยังเศษซากก้อนเนื้อนั้น เสมือนว่าเขาเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
ขณะเดียวกัน เสียงฝีเท้าดังมาจากอีกด้านหนึ่ง เมื่อคนของสถานบันไป๋หยวนมองตามเสียงก็พบกับ อู๋เชียนได้นำคนของสำนักหลิงอู่มาถึง
ทันทีที่อู๋เชียนมาถึง สายตาก็เห็นลู่เสวียนที่ยังไม่ตาย ยังมีชีวิตอยู่ ลึกเข้าไปในดวงตามีแสงมืดมนวูบผ่าน
ถัดมา เขาก็เห็นเจียงหลีในสภาพอนาถา
นางอีกแล้ว อู๋เชียนคับแค้นใจยิ่งนัก สำหรับเจียงหลี หลังจากที่เขาประสบเรื่องราวในตระกูลลู่แล้ว ความรู้สึกไม่ชอบเป็นความเกลียดชังไปตั้งนานแล้ว