เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามอย่างกระชั้นชิด และยังมีเสียงของสายลม ทำให้ลู่เสวียนและเจียงหลีรู้ว่าพวกนั้นใกล้เข้ามาแล้ว
“ไปเถอะ!” ลู่เสวียนกระซิบ
ขณะนี้ เขาไม่ได้ทำอะไรตามใจเหมือนตอนที่เผชิญหน้ากับจูเทียนโย่วแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังและระมัดระวัง
“หลียาโถ่ว เดี๋ยวถ้ามีโอกาส ข้าจะล่อพวกมัน แล้วเจ้าไปก่อน” ทันใดนั้น ลู่เสวียนได้พูดกับเจียงหลีประโยคหนึ่ง
เจียงหลีหันมองไปทางเขา เห็นเพียงแค่ใบหน้าที่จริงจัง และหว่างคิ้วที่แสดงถึงความหนักแน่น
“เจ้าอยากให้ข้าถูกพี่ชายเจ้าทุบตายอย่างนั้นหรือ” เจียงหลีประชด
ลู่เสวียนสะดุ้ง กล่าวยิ้มไร้เสียง “ที่แท้เจ้าก็กลัวพี่ชายข้าเช่นกัน!”
“เช่นกันอะไรกัน” เจียงหลีโต้กลับอย่างไม่ต้องคิด นางไม่มีทางกลัวคนขี้โรคเช่นนั้น อย่างมากก็แค่คิดว่าเขางดงาม และก็สงสารเขา
แต่แล้ว ราวกับเพิ่งรู้สึกตัว “เจ้าพูดเช่นนี้ แสดงว่าเจ้ากลัวพี่ชายของเจ้าอย่างมาก” ไม่เช่นนั้น เหตุใดจึงมีคำว่า ‘ก็’
ลู่เสวียนไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหวของเท้าลง ในแววตาที่หนักแน่นนั้น แฝงไปด้วยความอบอุ่น “ข้าเคารพพี่ชายข้า และเป็นห่วงเป็นใยเขา ความกลัวนี้มาจากการเคารพ”
เจียงหลีประหลาดใจเป็นอย่างมาก
เด็กดื้อในสายตาของนาง ไม่น่าเชื่อว่าจะพูดอะไรเช่นนี้ออกมา
ลู่เสวียน ยังเป็นเด็กเหลือขอคนนั้นที่นางรู้จักอยู่ไหม
“ระวัง!” ทันใดนั้น ลู่เสวียนจับมือของเจียงหลี เขาดึงแรงๆ นางถูกดึงและถูกกดลง