พอเดินมาได้สักระยะ เจียงหลีสังเกตเห็นศพอีกร่างหนึ่ง ร่องรอยที่ชัดเจน แน่นอนว่าต้องเป็นสิ่งที่ลู่เสวียนฝากเอาไว้
จะทำอย่างไรได้เล่า เจียงหลีทำได้เพียงจัดการอีกครั้ง ถึงจะเดินไปข้างหน้าต่อ
เมื่อนางเห็นลู่เสวียน จูเทียนโย่วที่มีคำมั่นสัญญาว่าจะฆ่าเขาได้ถูกลู่เสวียนจู่โจมจนหมอบลงบนพื้นด้วยความอับอาย
“ไม่ใช่ว่าเจ้าจะฆ่าข้าอย่างนั้นหรือ มาสิ! นายน้อยอยู่ที่นี่ รอให้เจ้ามาฆ่าอยู่นี่ไง!” ลู่เสวียนเจ้าเด็กเหลือขอนั่งยองต่อหน้าจูเทียนโยว่
เพียะ เพียะ เพียะ เพียะ
เสียงตบหน้ารัวไม่หยุด เพียงแค่ได้ยินเสียงนั้น ก็ทำให้แสบร้อนไปทั้งใบหน้า ไม่ต้องพูดถึงการถูกทุบตีดั่งหัวหมู ใบหน้าที่ถูกทำร้ายบวมช้ำจนมองไม่ออกว่าเป็นจูเทียนโย่ว
“อันอี้อ้าอะอ้าเอ้า” จูเทียนโย่วที่ไร้เรี่ยวแรงแต่ก็ยังจะพ่นคำพูดออกมาอีก
“เจ้าพูดอะไร ดังกว่านี้หน่อย! ข้าไม่ได้ยิน!”
เพียะ
ลู่เสวียนเองก็ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ หลังจากพูดจบ เขาหงายมือตบอีกครั้ง ไปที่โหนกแก้มของจูเทียนโย่ว
ความรุนแรงของการตบครั้งนี้ไม่เบา ทำให้ฟันของจูเทียนโย่วร่วงลงในทันที จนเขากระอักเลือดออกมา
“เขาบอก ว่าเขาจะฆ่าเจ้า” ขณะนี้ เจียงหลีเดินเข้ามาใกล้ มองไปที่จูเทียนโย่วอย่างยิ้มแย้ม ท่าทางไม่ได้เกรงกลัว ถามเพื่อขอคำยืนยันด้วยความไร้เดียงสา “ข้าพูดถูกหรือไม่”
จูเทียนโย่วส่งความโกรธเกลียดเคียดแค้นออกมาผ่านสายตา