ตั้งแต่ต้นจนจบ มู่หว่านโหรวไม่ได้เปิดปากพูดเลย จนกระทั่งถึงเวลานั้นริมฝีปากสีแดงของนางก็เผยอขึ้นเอ่ยเบาๆ “ลู่เจี้ย การมาของข้าเจ้าก็รู้แน่ชัดแล้ว เจ้ากับข้าไม่ใช่เพื่อนร่วมเดินทางกัน หากเป็นเช่นนี้บางสิ่งควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด”
ในคำพูดของนาง ราวกับมันเป็นเรื่องที่แน่นอนและนางไม่ได้รู้สึกเขินอายหรือผิดปกติ
แน่นอนว่าเจียงหลีได้ยินแล้วรู้สึกว่าระคายหูยิ่งนัก
นางเคลื่อนสายตามองไปยังลู่เจี้ย
ในตอนนี้เขายังคงยิ้ม รอยยิ้มนั้นจืดจางราวกับหิมะขาวโพลน มองไม่ออกว่าดีหรือร้าย ความเจ็บปวดใจแปลกอย่างไม่ทราบสาเหตุทำให้เจียงหลีรู้สึกโมโหขึ้นมา
“องค์หญิง ท่านมาหาผิดคนหรือเปล่า เรื่องแต่งงานนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ตระกูลลู่ไม่เคยแถลงแม้แต่ตัวอักษรเดียว หากองค์หญิงอยากยกเลิกเรื่องนี้ล่ะก็ ควรไปหาฮ่องเต้ถึงจะถูก” ลู่เจี้ยพูดเชื่องช้าแต่น้ำเสียงใสชัดเจน
มู่หว่านโหรวขมวดคิ้ว เรื่องนี้นางเพียงแค่คิดว่าอยากให้ลู่เจี้ยรับรู้แล้วถอยออกไป ฝ่ายที่จะต้องทิ้งเรื่องงานแต่งงานก่อนต้องไปกระตุ้นเสด็จลุงของนาง
“ลู่เจี้ย เจ้าต้องรู้ว่าเจ้ากับข้าไม่เหมาะสมกัน เจ้าไม่สามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่กำเนิด แต่ทักษะการต่อสู้ของข้าโดยกำเนิดกลับดีมาก พวกเราไม่ใช่คนบนโลกเดียวกันแน่นอน” มู่หว่านโหรวคิดว่าเขาไม่ยอมสละกิ่งทองอย่างตัวเองไป