แล้วในขณะเดียวกัน หนานอู๋เฮิ่นที่ยืนตกตะลึงอยู่ข้างหลังนางก็กล่าวขึ้น “ว่ากันว่าราชวงศ์โฮ่วจิ้นมีทัศนียภาพงดงามอยู่สองแห่ง แห่งแรกคือเขาฝูถูที่ซั่งตู อย่างที่สองคือความงามล่มเมืองของนายน้อยตระกูลลู่ เมื่อได้เห็นในวันนี้ สมคำล่ำลือจริงๆ”
ขณะที่พูดเขาก็ยกมือคารวะลู่เจี้ยไปด้วยแล้วถอนหายใจ “ได้เห็นใบหน้าตัวจริงของนายน้อยในวันนี้ การเดินทางมาซูหนานของอู๋เฮิ่นนับเป็นที่พอใจแล้ว”
เพราะคำพูดของหนานอู๋เฮิ่น มู่หว่านโหรวจึงได้สติขึ้นมาจากความงามของลู่เจี้ย
หลังจากได้สติแล้ว ความตกตะลังในแววตาจางหายไปกลับมาชัดเจนดังเดิม แล้วหันกลับไปมองอู๋เชียนที่อยู่ด้านหลังของนาง จากนั้นมองลู่เจี้ยด้วยสายตาว่างเปล่า
“ท่านอาจารย์หนานชมเกินไปแล้ว” ลู่เจี้ยเปิดปากพูดเสียงเรียบนิ่งมิอาจแยกว่าดีใจหรือโกรธ
เขายกมุมปากถาม “องค์หญิงเชิญทุกท่านมาหรือ” ประโยคนี้ช่างโดนใจคนนัก
อย่างไรเสียจุดประสงค์การมาที่นี่ของมู่หว่านโหรว อู๋เชียนและหนานอู๋เฮิ่นไม่ใช่ไม่รู้
หนานอู๋เฮิ่นจึงรีบอธิบาย “ไม่ใช่ขอรับ อู๋เฮิ่นเพียงคอยอยู่ข้างนอกแล้วพบองค์หญิงโดยบังเอิญ”
“ท่านอาจารย์หนานมาเองหรือ” อู๋เชียนเองก็เอ่ยออกมา