“ข้าก็ต้องตกใจสิ ทำไมท่านถึงใจดีขนาดนี้” เจียงหลียกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มบนมุมปากสดใสราวกับดอกไม้บาน
คนตรงหน้าลู่เจี้ยดูเคลิบเคลิ้มใจลอย
ใบหน้าอ่อนเยาว์ตรงหน้าจางหายไปแต่กลับแทนที่ด้วยใบหน้างามล่มเมืองยั่วยวนดึงดูดจิตใจเขา
นี่คือเจ้าคนเดิมใช่หรือไม่ ลู่เจี้ยลอบถอนหายใจเบาๆ
สติที่หายไปถูกอำพรางด้วยท่าทางเรียบนิ่งของลู่เจี้ย เขาวางแก้วชาในมือลงแล้วพูดขึ้น “ลู่เสวียนก็จะเข้าสถาบันไป๋หยวนด้วย”
ลู่เสวียนหรือ
เจียงหลีอึ้ง
ใบหน้ายั่วยวนที่ซ่อนอยู่หายไปในพริบตาหวนคืนสู่ใบหน้าใสอ่อนเยาว์ ลู่เสวียนคือใคร นางคิดอย่างละเอียด ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ “น้องชายเจ้าก็อยากเข้าสถาบันไป๋หยวนด้วยหรือ”
ลู่เจี้ยลดสายตาลงขนตางอนยาวตกลงมาปิดกั้นความผิดหวังบนใบหน้านั้นจนหายไป “สำนักหลิงอู่เป็นของราชวงศ์โฮ่วจิ้น เสี่ยวเสวียนไปไม่ได้แน่นอน สถาบันไป๋หยวนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขา”
เจียงหลีเข้าใจแล้ว “ที่แท้เจ้าก็อยากให้ข้าตามไปคุ้มครองลู่เสวียน”
ลู่เจี้ยเลื่อนสายตาไปทางหน้าต่างที่มีผ้าม่านปิดกั้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “เสี่ยวเสวียนมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม ใครก็ตามที่คิดจะลงมือ เสี่ยวเสวียนไม่ปล่อยเอาไว้แน่”
เจียงหลีเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด
ลู่เจี้ยจึงพูดต่อ “ข้าไม่ไปเหยียบซั่งตูมาสามปีแล้วก็ควรจะไปเยี่ยมเสียหน่อย”