พินิจมองท่าทางของเขา เจียงหลีมักจะรู้สึกว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายเช่นนี้ การไปซั่งตูของลู่เจี้ยจะต้องมีจุดประสงค์อื่นเป็นแน่
แต่ว่าจุดประสงค์นั้นคืออะไรนางเองก็ไม่รู้
สำหรับสถาบันไป๋หยวนอีกทั้งลู่เสวียน…
ข้ามาอยู่ในตระกูลลู่ นอกจากการฝึกฝน การใช้ทรัพยากร ลู่เจี้ยก็เป็นกรณีพิเศษ ถ้าเขาไปด้วยกัน สถาบันไป๋หยวนก็ใช่ว่าจะไปไม่ได้ อีกทั้งยังสามารถตามหาเจียงเฮ่าว่าสรุปแล้วอยู่ที่นั่นหรือเปล่า สำหรับลู่เสวียนไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันใหม่ เจียงหลีครุ่นคิดในใจครู่หนึ่งจึงตัดสินใจได้
“ตอนนั้นเจียงหลินเฟิงตายอย่างแปลกประหลาด หลีเอ๋อร์สิงอยู่ในร่างลูกสาวของเขา หรือว่าไม่อยากทวงคืนความยุติธรรมให้ครอบครัวตระกูลเจียง” ทันใดนั้นลู่เจี้ยก็เอ่ยขึ้น
เจียงหลีรวบรวมสายตามองเขาแล้วหัวเราะขึ้นมา “ท่านไม่จำเป็นต้องยุแหย่ข้า อย่างไรเสียการไปสถาบันไป๋หยวนก็มีข้อดี ข้าต้องไปแน่นอน”
ลู่เจี้ยพยักหน้ายิ้มให้เล็กน้อย “หลีเอ๋อร์ตัดสินใจแล้วก็ดี”
เจียงหลีขยับเข้าใกล้อย่างนึกสนุก “ท่านเป็นนาย ข้าเป็นบ่าว ท่านสั่งให้ข้าไป ข้าจะกล้าขัดได้อย่างไร”
ลู่เจี้ยจ้องมองคิ้วขมวดดื้อรั้นของนางแล้วจู่ๆ ก็ขำขึ้นมา “หลีเอ๋อร์เชื่อฟังขนาดนี้เชียวหรือ”
เอ่อะ!
เจียงหลีโดนเขาหยอกอีกแล้ว ทันใดนั้นจึงแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขาอีก นางกลับไปพิงรถม้าใหม่อีกครั้ง หลับตาพักผ่อน แม้จะหลับตาลงแต่ความคิดก็ยังคงดำเนินต่อไป