ะ เจ้าจะก้าวไปทางไหนก็ลำบาก”คำพูดของเขาทำเอานางถึงกับขมวดคิ้วบรรยากาศภายในรถม้าจึงเงียบลงทันที ขณะเดียวกันก็มีเสียงดังมาจากข้างนอกรถม้า“ข้าน้อยหนานอู๋เฮิ่นจากสถาบันไป๋หยวนขอเข้าพบนายน้อยลู่ขอรับ” ที่แท้ก็เป็นหนานอู๋เฮิ่นนี่เองเขาไม่ได้เข้าไปใกล้รถม้าเพียงแต่ยืนรออยู่ไกลๆ เพราะการถ่ายทอดเสียงของพลังปราณจึงทำให้สองคนบนรถม้ารับรู้การมาถึงของเขาการปรากฏตัวของหนานอู๋เฮิ่นทำลายความเงียบแปลกๆ ภายในรถม้าเจียงหลีค้อมศีรษะมองด้านนอกหน้าต่างทั้งที่ยังไม่ได้เลิกผ้าม่านรถขึ้น เพียงแต่พึมพำถามด้วยความสงสัย “คนของสถาบันไป๋หยวน เขามาทำอะไร”แต่ลู่เจี้ยกลับไม่รู้สึกประหลาดใจเลยสักนิด ยิ้มเล็กน้อยแล้วอธิบายให้เจียงหลีคลายความสงสัย “เพราะวันนี้หลีเอ๋อร์แสดงฝีมือให้ทุกคนเห็น คงเข้าตากรรมการอย่างหนานอู๋เฮิ่นแล้วล่ะ น่าจะอยากพาเจ้าเข้าสถาบันไป๋หยวน”“หนานอู๋เฮิ่นผู้นี้เป็นใคร” เจียงหลีถามอย่างสนใจนางทราบดีว่าการกระทำของนางวันนี้ทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ประหลาดใจบ้าง แต่ไม่คิดว่าคนของสถาบันไป๋หยวนจะเป็นฝ่ายมาหาก่อน“ในสถาบันไป๋หยวนมีสามยอดนักปราชญ์ ที่คนภายนอกรับรู้คือ พวกเขาฝึกฝนถึงระดับหลิงไซว่ในขั้นสูง ภายใต้สามยอดนักปราชญ์มีศิษย์เอกวีรบุรุษทั้งเจ็ด ล้วนกำลังฝึกในระดับหลิงไซว่ขั้นต้นและขั้นกลาง หนานอู๋เฮิ่นผู้นี้เป็นที่หนึ่งในเจ็ดวีรบุรุษ ตำแหน่งของเขาในสถาบันไป๋หยวนก็เป็นรองแค่สามยอดนักปราชญ์เท่านั้น” ลู่เจี้