“ในสถาบันไป๋หยวนมีสามยอดนักปราชญ์ ที่คนภายนอกรับรู้คือ พวกเขาฝึกฝนถึงระดับหลิงไซว่ในขั้นสูง ภายใต้สามยอดนักปราชญ์มีศิษย์เอกวีรบุรุษทั้งเจ็ด ล้วนกำลังฝึกในระดับหลิงไซว่ขั้นต้นและขั้นกลาง หนานอู๋เฮิ่นผู้นี้เป็นที่หนึ่งในเจ็ดวีรบุรุษ ตำแหน่งของเขาในสถาบันไป๋หยวนก็เป็นรองแค่สามยอดนักปราชญ์เท่านั้น” ลู่เจี้ยแนะนำ
“ที่คนภายนอกรับรู้?” เจียงหลีได้ยินในคำพูดของลู่เจี้ย น่าสนใจทีเดียว
ลู่เจี้ยยิ้มแล้วไม่อธิบายอะไรมากมายอีก จากนั้นจึงพูดกับหนานอู๋เฮิ่นที่รอคอยด้านนอกรถม้า “ท่านอาจารย์หนานมาไกลถึงซูหนาน ร่างกายของเจี้ยอ่อนแอนัก อีกทั้งยังมิได้เข้าคาราวะ เป็นความผิดของเจี้ยเอง”
หนานอู๋เฮิ่นเคยยื่นจดหมายขอเข้าคาระวะตระกูลลู่ เรื่องนี้ลู่เจี้ยทราบดีอยู่แล้ว
น้ำเสียงของลู่เจี้ยไพเราะอ่อนหวานและถ่อมตนเหมือนไม่ใช่คนธรรมดา หนานอู๋เฮิ่นลอบถอนหายใจ ดูแล้วข่าวลือน่าจะเป็นจริง นายน้อยลู่เจี้ยผู้นี้จะตายก่อนวัยอันควรเป็นเรื่องแน่ชัดแล้ว
“นายน้อยเกรงใจเกินไปแล้ว เป็นอู๋เฮิ่นเองที่มาโดยมิได้นัดหมาย รบกวนความสงบของนายน้อยแล้ว” หนานอู๋เฮิ่นเก็บงำความคิดไว้ในใจ
เขาแปลกใจในรูปลักษณ์อันงดงามของลู่เจี้ยยิ่งนัก แต่กลับไม่พูดออกมาในตอนนี้
“ข้าน้อยขอรบกวน อู๋เฮิ่นเพียงมีเรื่องหนึ่งอยากจะถามความเห็นจากนายน้อย” หนานอู๋เฮิ่นเข้าประเด็นคำถามตามตรง
“ท่านอาจารย์หนานเชิญกล่าวมาเถิด” ลู่เจี้ยพูด