ลู่เจี้ยส่ายหน้ายิ้มๆ “เจ้าไม่สนใจก็ได้ แต่เจ้าอยู่ในโลกนี้ สัญญาทาสเป็นพยานบอกสถานะของเจ้าได้ ไม่มีสถานะ เจ้าจะก้าวไปทางไหนก็ลำบาก”
คำพูดของเขาทำเอานางถึงกับขมวดคิ้ว
บรรยากาศภายในรถม้าจึงเงียบลงทันที ขณะเดียวกันก็มีเสียงดังมาจากข้างนอกรถม้า
“ข้าน้อยหนานอู๋เฮิ่นจากสถาบันไป๋หยวนขอเข้าพบนายน้อยลู่ขอรับ” ที่แท้ก็เป็นหนานอู๋เฮิ่นนี่เอง
เขาไม่ได้เข้าไปใกล้รถม้าเพียงแต่ยืนรออยู่ไกลๆ เพราะการถ่ายทอดเสียงของพลังปราณจึงทำให้สองคนบนรถม้ารับรู้การมาถึงของเขา
การปรากฏตัวของหนานอู๋เฮิ่นทำลายความเงียบแปลกๆ ภายในรถม้า
เจียงหลีค้อมศีรษะมองด้านนอกหน้าต่างทั้งที่ยังไม่ได้เลิกผ้าม่านรถขึ้น เพียงแต่พึมพำถามด้วยความสงสัย “คนของสถาบันไป๋หยวน เขามาทำอะไร”
แต่ลู่เจี้ยกลับไม่รู้สึกประหลาดใจเลยสักนิด ยิ้มเล็กน้อยแล้วอธิบายให้เจียงหลีคลายความสงสัย “เพราะวันนี้หลีเอ๋อร์แสดงฝีมือให้ทุกคนเห็น คงเข้าตากรรมการอย่างหนานอู๋เฮิ่นแล้วล่ะ น่าจะอยากพาเจ้าเข้าสถาบันไป๋หยวน”
“หนานอู๋เฮิ่นผู้นี้เป็นใคร” เจียงหลีถามอย่างสนใจ
นางทราบดีว่าการกระทำของนางวันนี้ทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ประหลาดใจบ้าง แต่ไม่คิดว่าคนของสถาบันไป๋หยวนจะเป็นฝ่ายมาหาก่อน