เฮ่อเหลียนเฟิงยิ่งโมโห เดิมทีเข้าร่วมงานประลองชิงเจียวได้เป็นอย่างดี เห็นๆ กันอยู่ว่าไป๋หลี่เฟิ่งออกไปวิ่งเล่นดูความคึกคักในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ไฉนตอนนี้เขากลับพูดจาเยี่ยงนี้
แต่เพราะเห็นแก่หน้าของมู่หว่านโหรวหรอกนะ เฮ่อเหลียนเฟิงเองก็ไม่อยากจะตำหนิเขาต่อหน้านาง
“ไป๋หลี่เฟิ่ง เจ้าจะกลับไปที่สถาบันไป๋หยวนของเราหรือไม่” ขณะนี้จู่ๆ อู๋หนานเฮิ่นก็ถามขึ้น
คำถามนี้ของเขาทำเอาแววตาของมู่หว่านโหรววูบไหว รอคอยทางเลือกของไป๋หลี่เฟิ่ง
สายตาเฉียบคมของไป๋เฟิ่งหลี่เหลือบมองไปทางเขา
อู๋หนานเฮิ่นไม่มีอะไรจะพูดมากไปกว่านี้ เขาหยิบป้ายออกมาแล้วโยนให้ไป๋หลี่เฟิ่งก่อนจะพูดขึ้น “ถ้าอยากไป หลังจากนี้หนึ่งเดือนเจ้าชูป้ายนี้รายงานตัวให้สถาบันไป๋หยวนที่เมืองซั่งตูซะ”
ไป๋หลี่เฟิ่งเอื้อมมือรับแต่ไม่ได้พยักหน้าตอบกลับหรือส่ายหน้าปฏิเสธจากนั้นก็หันหลังก้าวออกไป
การกระทำเช่นนี้ของเขาทำให้มู่หว่านโหรวไม่เข้าใจนัก สุดท้ายเขาก็เลือกสถาบันไป๋หยวนอยู่ดี ตอนแรกเขาอยู่เมืองซั่งตูก็หันหลังให้กับสำนักหลิงอู่ จนตอนนี้เขาพึ่งพากำลังของตัวเองแล้วเข้าสถาบันไป๋หยวน
มุมปากของมู่หว่านโหรวมีรอยยิ้มเจือจางจนแทบมองไม่เห็น จากนั้นรีบชักสีหน้ากลับมาเป็นคนเย็นชาดั่งภูเขาน้ำแข็งเช่นเดิม
นางมองไปยังประตูใหญ่ของจวนตระกูลลู่ แววตาแปรผันจนไม่รู้แน่ชัดว่าอยากสื่อความหมายอะไร