เจียงหลีหันศีรษะมองไปยังลู่จ้าน ลู่จ้านก็มองมาที่นางอยู่เช่นกัน สายตาของผู้ชายคนนี้เป็นประกายวาววับทำให้นางรู้สึกปลาบปลื้ม
“ข้าต้องการให้คนของตระกูลเย่ว์ไม่หลงเหลือแม้เพียงผู้เดียว” ลู่เจี้ยกล่าวจบก็โฉบอุ้มเจียงหลีแล้วจากไป
เมื่อสองคนนั้นไปแล้วดวงตาของลู่จ้านฉายแววสังหารเย็นเฉียบ เพียงเขายกมือขึ้นคนของตระกูลลู่ก็ทยอยรุดเร่งขึ้นหลังอาชาพร้อมบุกตระกูลเย่ว์ไปกับเขา
อีกทั้งผู้อารักขาลับของตระกูลลู่ที่คอยคุ้มครองเจียงหลีในที่ซ่อนก็เข้ามาร่วมขบวนอย่างเงียบๆ
ตระกูลลู่ต่างก็ปกป้องให้ท้ายกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร!
ถ้าหากไม่ใช่เพราะลู่เจี้ยมีเจตนาเคี่ยวกรำฝึกฝน จะยอมให้ตระกูลเล็กๆ อย่างตระกูลเย่ว์รังแกเจียงหลีได้เช่นนี้เชียวหรือ
หนานอู๋เฮิ่นที่แอบตามมาตลอดกับอู๋เชียน หลังจากที่ตามมาจนถึงด้านนอกประตูใหญ่ของตระกูลลู่แต่ไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้อีก พวกเขามาช้าเกินไปเสียแล้ว แน่นอนว่าไม่ทันเห็นฉากที่ลู่เจี้ยอุ้มเจียงหลีเดินเข้าไป เห็นเพียงแค่กองซากเลือดเนื้อที่นองอยู่หน้าประตูตระกูลลู่เท่านั้น หลิงเจี้ยงตระกูลเย่ว์ไม่เหลือแม้แต่เงา
จากนั้นกองพลที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขา
คนแรกที่ดูเหมือนจะไหวทันว่ามีพวกเขาสองคนอยู่ หันกลับมาสำรวจยังที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ แววตาซ่อนสัญญาณเตือนเอาไว้
รอจนกว่าคนของตระกูลลู่เดินห่างไปไกล หนานอู๋เฮิ่นก็พูดออกมาอย่างตื่นตะลึง “คนผู้นี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว”