ถ้าหากว่าเป็นคนทั่วๆ ไปแน่นอนว่าคงไม่ออกจากพื้นที่จัดงานประลองชิงเจียวภายใต้สถานการณ์ที่คนตระกูลเย่ว์จ้องมองด้วยสายตาที่ดุร้ายเช่นนี้ อย่างน้อยก็อยู่ในงานก่อน ก่อนที่การประลองชิงเจียวจะจบลง ชีวิตก็ปลอดภัยแต่ว่าเจียงหลีกลับไม่ใช่คนทั่วไปหลังจากที่นางลงจากเวที นางก็เดินไปยังประตูทางออกของงานประลองชิงเจียวอย่างสบายอกสบายใจ คนของตระกูลเย่ว์ที่อยู่ข้างหลังตามมาอย่างเงียบๆท่าทีของนางประหนึ่งว่านางไม่รู้อย่างไรอย่างนั้นความเคลื่อนไหวนี้ ถูกรายงานให้กับคนข้างบนที่กำลังดูความเป็นไปของบนเวทีอยู่อย่างรวดเร็วหลังจากที่ฟังคำรายงาน อู๋เชียนพูดถากถางด้วยความเย็นชาว่า “ยโสโอหัง รนหาที่ตาย!”คำพูดของเขา เฮ่อเหลียนเฟิงก็เห็นด้วย เขาพยักหน้า “ยอมรับว่ามีพรสวรรค์มาก ทั้งที่อายุยังน้อย เพราะอย่างนี้ถึงได้ไม่เห็นหัวใคร”ผู้คนต่างรู้กันอยู่แก่ใจว่าเพียงแค่เจียงหลีก้าวเท้าออกไปแค่ก้าวเดียว คนตระกูลเย่ว์ก็สามารถฆ่านางได้เป็นร้อยครั้งพันครา!“น่าสนใจจริงๆ” ทันใดนั้นหนานอู๋เฮิ่นก็หัวเราะขึ้นมา “เด็กผู้หญิงคนนี้ช่างอาจหาญยิ่งนัก!”“ท่านอาจารย์หนานพูดเช่นนี้ได้อย่างไร” มู่หว่านโหรวกลอกตามองมาหนานอู๋เฮิ่นสะบัดแขนเสื้อ ยิ้มแล้วพูดว่า “อยู่ต่อหรือประคองชีวิตให้รอดไปอีกสองวัน หลังจากที่การประลองชิงเจียวจบลง ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องถูกคนตระกูลเย่ว์แก้แค้นอยู่ดี ดังนั้นทำไมนางจะต้องอยู่ต่ออีกสองวัน เพื่อให้คนมาว่านางขี้ขลาด