ตาขาวด้วยล่ะ ผลสุดท้ายก็ไม่ต่างกัน เช่นนั้นสู้เผชิญหน้าตรงๆ ไปเลยดีกว่า”“คำพูดนี้ผิดแล้ว ถ้าหากอยู่ต่ออีกสองวันแล้วรอให้คนของจวนตระกูลลู่มาเป็นกำลังหนุน วิกฤตก็จะสิ้นไปไม่ใช่หรือ” อู๋เชียนแสดงความคิดเห็นที่ต่างออกไปหนานอู๋เฮิ่นกลับตอบว่า “พึ่งพาต้นไม้ใหญ่ ถึงจะสามารถรอดพ้นจากความลำบากไปได้มากมาย แต่ว่าคนที่พึ่งพาต้นไม้ใหญ่เพื่อให้รอดชีวิต ไม่มีทางที่จะปีนไปถึงยอดเพื่อชมทิวทัศน์ได้ตลอดไป อย่างน้อยในตอนนี้ตระกูลลู่ก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย”“ท่านอาจารย์หนานมั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือ” อู๋เชียนพูดอย่างไม่พอใจอู๋เชียนไม่พอใจในท่าทางของหนานอู๋เฮิ่นที่ราวกับคาดการณ์ได้ทุกเรื่อง ไม่เป็นเดือดเป็นร้อน ราวกับผู้ฝึกฝนมามาก มันทำให้เขารู้สึกว่าถูกแย่งความสนใจมู่หว่านโหรวก็พูดว่า “คำพูดของท่านอาจารย์หนานอาจจะทึกทักเอาเองเกินไป ตระกูลลู่ไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเพียงสาวใช้คนหนึ่ง ก็เพียงเพราะนางไม่เหมาะสม คงไม่มีทางทำเช่นนี้เพื่อฝึกฝนนางอย่างเด็ดขาด”หนานอู๋เฮิ่นมองมู่หว่านโหรวแล้วยิ้ม ไม่ได้ตอบโต้ “ที่องค์หญิงพูดก็ถูกขอรับ” พูดจบ เขาลุกขึ้นในทันทีเหมือนเตรียมตัวจากไป เฮ่อเหลียนเฟิงรีบลุกขึ้นถาม “ท่านอาจารย์หนาน ท่านจะไปไหนหรือ การประลองชิงเจียวยังไม่จบเลย”หนานอู๋เฮิ่นหันไปมองการประลองบนเวทีที่เริ่มต้นใหม่ ยิ้มแล้วพูดว่า “ผลของการประลองได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่มีใครสู้ไป๋หลี่เฟิ่งได้ ไม่มีใครเหมาะที่จะได้ที่ห