หม่าหยวนจย่าดีใจ รีบเข้าไปในห้อง หลังจากที่คำนับอีกครั้ง ก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่งานประลองชิงเจียวด้วยความรวดเร็ว “…ตอนที่ข้ามา คนตระกูลเย่ว์ได้พากันขึ้นไปบนเวทีการประลองแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้คนของจวนท่านเจ้าเมืองกำลังถ่วงเวลาอยู่ แต่ข้าเป็นกังวลว่าพวกเขาจะเสียใจจนบ้าแล้วทำร้ายคุณหนูถึงชีวิต ข้าขอร้องให้นายน้อยช่วยชีวิตคุณหนูด้วย”
ลู่เจี้ยยิ้มอ่อน “เจ้านี่จงรักภักดีจริงๆ”
หม่าหยวนจย่าตกใจ เงยหน้ามองลู่เจี้ย ใบหน้าที่งดงามดูไม่ออกว่ายินดีหรือยินร้าย ที่ยิ่งเดายากกว่าก็คือความคิดของเขา
คำพูดนี้เป็นความหมายเชิงบวกหรือความหมายเชิงลบกันแน่
“ในเมื่อกลับมาแล้ว เจ้าก็อยู่นี่แหละ” ทันใดนั้นลู่เจี้ยก็พูดขึ้นมาอีก
หม่าหยวนจย่าตกใจจนหน้าถอดสี พลั้งปากถาม “นายน้อย แล้วคุณหนู…”
“ถ้านางสามารถกลับมาจวนตระกูลลู่ได้ด้วยตัวเอง ก็เป็นธรรมดาที่ข้าจะหนุนหลังนาง” ลู่เจี้ยพูดแทรกเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
หม่าหยวนจย่าอึ้งกิมกี่ ไม่ค่อยเข้าใจที่ลู่เจี้ยพูด
ตระกูลลู่จะช่วยหรือไม่กันแน่
ระยะทางจากที่จัดการประลองชิงเจียวมาถึงจวนตระกูลลู่ ถึงแม้ว่าจะใช้เวลาครู่เดียว แต่ว่าในระยะเวลาครู่เดียวนี้ หากคนตระกูลเย่ว์คิดจะฆ่านาง นางตายได้เป็นร้อยครั้งเลย!
ถึงเจียงหลีแข็งแกร่งกว่านี้ แต่ก็มีพลังแค่หลิงซื่อระดับห้า จะรับมือกับคนตระกูลเย่ว์ได้อย่างไรกัน