หม่าหยวนจย่ากัดฟันคำนับลู่เจี้ย “นายน้อย ถ้าหากตอนนี้จวนตระกูลลู่ไม่พร้อมลงมือ ก็ขอให้นายน้อยอนุญาตให้ข้าออกจากจวน เพื่อต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับคุณหนูด้วย!”
“ตอนนี้เจ้าอยู่ระดับอะไร” ลู่เจี้ยถาม
สายตาของหม่าหยวนจย่าเผยให้เห็นความอับอาย ก้มหน้าตอบว่า “หม่าหยวนจย่าพรสวรรค์ธรรมดาทั่วไป ทุกวันนี้พลังหลิงซื่อระดับหกขอรับ”
“ถ้าเจ้าไป จะมีประโยชน์อะไร อยู่นี่แหละ” ลู่เจี้ยสะบัดแขนเสื้อ พูดอย่างเย็นชา
หม่าหยวนเจี้ยพูดอย่างรีบร้อน “นายน้อย ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้! ถึงแม้ว่าข้าจะมีพลังเพียงน้อยนิด แต่ข้าก็รู้จักภักดี ตอนนี้คุณหนูตกที่นั่งลำบาก บ่าวรับใช้อย่างข้าจะมีความคิดที่จะเอาตัวรอดคนเดียวได้อย่างไร”
“หม่าหยวนจย่า นายน้อยมีเมตตา ไม่อยากให้เจ้าไปตาย ทำไมเจ้าถึงไม่รับความเมตตาไว้ ยิ่งไปกว่านั้น แม่นางเจียงมีวิธีเอาตัวรอดมากมาย เจ้าไปแล้วมีแต่จะเป็นตัวถ่วงของนาง” ลู่หวาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
หม่าหยวนจย่าหน้าถอดสี ยังคงกัดฟันพูดว่า “ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงของคุณหนู ข้าจะกลับไป อย่างน้อยก็เอาคำพูดของนายน้อยไปบอกนาง ให้นางมีความหวังแล้วช่วยนางถ่วงเวลาคนตระกูลเย่ว์!”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็ไปเถอะ” ลู่เจี้ยโบกมือ ไล่ให้หม่าหยวนจย่าไป
หม่าหยวนจย่าคาดเดาความคิดลู่เจี้ยไม่ถูก ทำได้แค่ถอยออกไป ยังไม่ทันได้พัก ก็ขี่ม้าไปงานประลองชิงเจียวในทันที
ลู่หวาก็ไม่รู้เช่นกันว่าลู่เจี้ยคิดอะไรอยู่