รับรู้ได้ถึงเจตนาแอบแฝงที่คลุมเครือในคำพูดของนาง หนานอู๋เฮิ่นยิ้มแล้วพูดกับนางว่า “ขอบคุณที่เตือนขอรับองค์หญิง”
มู่หว่านโหรวพยักหน้าด้วยสีหน้าเย็นชาแล้วเงียบไป
อู๋เชียนได้ยินทั้งสองคนคุยกัน เกิดความไม่สบายใจ เขาก็ยังอยู่ตรงนี้ ทำไมรู้สึกว่าผู้ที่มีความสามารถในการประลองชิงเจียวถึงได้ถูกสถาบันไป๋หยวนเลือกไว้แล้ว แม้แต่องค์หญิงอันผิงก็เอนเอียงไปทางสถาบันไป๋หยวน
แต่ทว่าเขากลับพูดอะไรไม่ได้ มิฉะนั้นจะเป็นการไม่ไว้หน้ามู่หว่านโหรว
เขามองไปบนเวทีการประลองที่อยู่ในสถานการณ์คุมเชิงกันอยู่ พูดอย่างเย็นชาว่า “การประลองชิงเจียวดีๆ ถูกขัดจังหวะแบบนี้ หมดอารมณ์จริงๆ”
“เอ๊ะ! ผู้เฒ่าอู๋ไม่รู้สึกหรือว่าแบบนี้มันน่าสนุกกว่า” หนานอู๋เฮิ่นยิ้มตาหยีแล้วมองเขา
อู๋เชียนยิ้มมุมปาก เขาเกลียดหน้าที่ยิ้มตาหยีของหนานอู๋เฮิ่นเป็นอย่างมาก
“ท่านเจ้าเมืองเฮ่อเหลียนเฟิงไม่มีทางให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อการประลองชิงเจียวหรอก” มู่หว่านโหรวพูด
หลังจากนางพูดจบ ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เฮ่อเหลียนเฟิงที่อยู่บนเวทีพูดกับเย่ว์ชิงหลิวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “นายท่านเย่ว์ เรื่องทั้งหมดนี้ค่อยว่ากันหลังจากจบการประลองชิงเจียวเถิด”
“ถ้าหากข้าตอบว่าไม่ล่ะ” เย่ว์ชิงหลิวกัดฟันพูด ลูกชายก็ตายไปแล้ว ยังจะให้เขาเกรงกลัวอะไรอีกหรือ