แม้แต่เฮ่อเหลียนเฟิงก็มองเจียงหลีด้วยความประหลาดใจ
คำพูดของเจียงหลีทำให้เย่ว์ชิงหลิวและคนตระกูลเย่ว์โกรธมากจนอยากพุ่งเข้าไปจัดการนางเสียให้สิ้นซาก แต่ว่ามีคนจากจวนท่านเจ้าเมืองเฝ้าอยู่ตรงนี้ พวกเขาจึวทำอะไรมากไม่ได้ ทำได้เพียงตีฝีปากกัน
“ไม่เจียมตัว! นังปีศาจ เจ้าฆ่านายน้อยตระกูลของข้า เหตุผลแค่นี้พอไหม”
“คนเนรคุณอย่างเจ้า ในตอนที่ตระกูลเจ้าตกยาก ข้าก็เห็นแก่มิตรภาพเก่าๆ ถึงได้ช่วยเหลือ แต่ในวันนี้เจ้ากลับมาเหยียดหยามตระกูลเย่ว์ของข้า ฆ่าคนตระกูลเย่ว์! ช่างเนรคุณชั่วช้าจริงๆ เลย”
“……”
เสียงกำลังคนเดินต่อๆ กันเข้ามาดั่งเสียงคลื่น
เจียงหลีกลับนิ่งเฉย ยิ้มเยาะเย้ยแล้วพูดว่า “วิชาความดีความชั่วตาลปัตรของตระกูลเย่ว์ ข้าก็เคยประสบมาแล้ว บอกว่าข้าเนรคุณอยู่ได้ ข้าก็กำลังตอบแทนบุญนี่ไง! ถ้าหากไม่ได้ข้าฆ่าม้าที่เป็นภัยต่อฝูงของตระกูลเย่ว์ พวกเจ้าก็จะต้องโทษเป็นกบฏ นี่ข้าไม่ได้พูด เจ้าเมืองเป็นคนพูด พวกเจ้าไม่ขอบคุณข้า ก็ไม่เป็นไร คิดไม่ถึงว่าจะยังมาหาว่าข้าเนรคุณอีก!”
เฮ่อเหลียนเฟิงยิ้มมุมปาก ไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้จะมีไหวพริบดีเช่นนี้ สามารถตอบโต้คนตระกูลเย่ว์ได้ทันควัน
แม้แต่คนด้านล่างเวทีที่ได้ยินก็ถึงกับปากอ้าตาค้าง ถูกคำพูดที่สมเหตุสมผลของเจียงหลีทำให้อึ้งไปเลย