“ดูแล้ว ข้าต้องเอาจริงเสียแล้ว” บนเวที เย่ว์หนานซีมองเจียงหลีแล้วพูด
ประโยคนี้ทำให้ผู้คนด้านล่างเวทีรู้ในทันที อ้อ ที่จริงเมื่อกี้นี้นายน้อยเย่ว์แค่หยั่งเชิง ยังไม่ได้เอาจริง
เจียงหลียิ้มอย่างเหยียดหยาม นางก็ขี้เกียจเปิดโปงเรื่องที่เย่ว์หนานซีจัดฉากขึ้นมา
หากเพียงโต้แย้งแล้วสามารถรู้แพ้ชนะได้ เช่นนั้นจะขึ้นเวทีมาประลองทำไม
บนเวที เย่ว์หนานซีเข้าจู่โจมอีกครั้ง ครั้งนี้เขายังคงใช้หมัดสังหารขั้นเจ็ด ผสานเข้ากับเทคนิคการต่อสู้ของวิถีร่างกาย
เจียงหลีใช้พลังหมัดพิฆาตขั้นหกในการต่อสู้ และใช้กระบวนท่าหนึ่งย่องพันก้าวหลบเลี่ยงและปิดทางหนีของเย่ว์หนานซีด้วย ทำให้เขาตกอยู่ในวิถีโจมตีของนาง
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เป็นเพราะการเรียนรู้ของนางเองจากการต่อสู้ในเทือกเขาปู้กุย
คนข้างๆ อาจจะไม่เข้าใจ แต่ว่าด้วยสายตาของหนานอู๋เฮิ่น กลับสามารถมองแวบเดียวก็รู้ว่าตอนนี้เจียงหลีใช้พลังฝ่ามือ ไม่ใช่พลังกาย
“เอ๊ะ” หนานอู๋เฮิ่นส่งเสียงสงสัยเบาๆ ดวงตาแวววาว เหมือนกับค้นพบสิ่งของมีค่าที่หายาก
เขาเหลือบตาไปมองอู๋เชียนที่อยู่ด้านหลัง เห็นเขากำลังยุ่งกับการคุยกับเจ้าเมืองอยู่ ไม่เคยสนใจจุดนี้มาก่อน ดังนั้นเขาจึงยิ้ม
จู่โจมด้วยหมัดและเท้า เย่ว์หนานซียิ่งสู้ยิ่งโมโห เขาถูกหมัดของเจียงหลีโจมตีไม่หยุด ไม่มีทางให้หนีเด็ขาด
อ้ากกก
ทันใดนั้น ตรงหน้าเวทีก็มีพลังที่แข็งแกร่งเป็นแสงสีทองระเบิดออกมา