รอยยิ้มลู่เจี้ยไม่เปลี่ยน พูดอย่างคลุมเครือว่า “เจ้าคิดว่าฮ่องเต้จะให้หลานสาวผู้มีพรสวรรค์แต่งงานกับคนตระกูลลู่ ผู้ที่เป็นเหมือนหนามยอกอกจริงๆ หรือ แต่มู่หว่านโหรวรีบไปหน่อย ถ้าหากรออีกหน่อย นางจะได้อิสระภาพคืนในรูปแบบที่ดีกว่านี้ เสียดายที่นางไม่มีความอดทน จะมาเมืองซูหนานให้ได้”
พูดจบ ลู่เจี้ยมองต่ำแล้วอมยิ้ม ในใบหน้าที่มันวาวสะท้อนให้เห็นถึงความเยือกเย็น
พยักหน้าอย่างไม่เห็นด้วย “ไม่เพียงแต่มา แล้วยังแสดงออกว่าชื่นชอบไป๋หลี่เฟิ่งอย่างไม่เป็นกังวลเลยสักนิด ถ้าเรื่องนี้ออกไป จะไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของนายน้อย”
ถึงเวลา คนอื่นจะหัวเราะลู่เจี้ยลับหลัง แม้แต่คู่หมั้นของตัวเองก็เอาไม่อยู่ โดนเด็กหนุ่มแย่งคู่หมั้นไป
แต่ว่าลู่เจี้ยไม่ได้สนใจ กลับแสดงความชื่นชมเสียด้วยซ้ำ “อ้อ ไป๋หลี่เฟิ่งนี่ฝีมือไม่เลวจริงๆ แต่เสียดายนิสัยดื้อรั้น ไม่รู้จักปรับตัว เป็นคนที่เก่ง แต่ไม่เชื่อฟังแล้วจะเป็นผู้ที่ใช้งานได้เยี่ยงไร”
ผู้ดูแลพูดในใจ นายน้อยของเขา สติปัญญาล้ำเลิศ วางแผนแม่นยำ แค่ฝึกพลังไม่ได้ โดนคนอื่นดูถูก องค์หญิงอันผิงนั่นก็มีตาหามีแววไม่ สมน้ำหน้าที่ไม่มีโชค!
ทันใดนั้น เขานึกถึงเจียงหลี เปิดปากถามถึง “นายน้อย เจียงหลีเข้ารอบสิบคนสุดท้าย ไม่มีอะไรให้ต้องกังวลแล้ว รอตอนนางได้ประลองกับเย่ว์หนานซีแห่งตระกูลเย่ว์ ตระกูลเย่ว์ต้องมีคนไปรอก่อนแล้ว พวกเราส่งคนไปไหมขอรับ”