ยิ้มที่แสร้งไร้เดียงสาในตอนแรก ในรอยยิ้มครั้งนี้มีความเยือกเย็น “ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็คือหนึ่งในคนที่หลบอยู่ใต้กระโปรงของเจียงอวี๋ เจ้าอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ล่ะ”ลั่วเทียนเจียวใบหน้านิ่ง แววตาเย็นชา ตอบกลับด้วยเสียงต่ำว่า “เจ้าอย่าพูดมั่วๆ คนที่เท่าไหร่อะไรกัน”“ดูท่าแล้วเจ้าคงไม่รู้เรื่องสินะ เจียงอวี๋งดงามขนาดนั้น ผู้ชายที่นางเก็บไว้มีมาก ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน เย่ว์หนานซีเทียนเจียวของตระกูลเย่ว์แห่งเมืองซูหนานก็รักกันอยู่กับนาง”“หุบปาก อย่ามาพูดมั่วๆ” ลั่วเทียนเจียวพูดด้วยความโมโหเหมือนเขารับรู้ได้ว่าคนที่อยู่รอบๆ มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ เพราะคำพูดของเจียงหลี ราวกับว่าเขาคือคนโง่ แต่เดิมเขาคิดว่านางเป็นผู้หญิงที่ใสซื่อบริสุทธิ์ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นผู้หญิงสำส่อนความรู้สึกอับอายนั้น ทำให้เขาโกรธจนหน้าแดง เจียงหลีที่อยู่ตรงหน้า ยิ่งมองยิ่งไม่เข้าตา“หึ ตอนแรกข้าแค่อยากจะสั่งสอนเจ้าสักหน่อย แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจกับคำพูดเมื่อกี้นี้ของเจ้า” ลั่วเทียนเจียวกัดฟันพูดคำพูดของเจียงหลีทำให้เขาโกรธมาก แค่เสียงก็รับรู้ได้ถึงความดุดัน“อย่างเจ้าน่ะหรือ” เจียงหลีเลิกคิ้วด้วยความเหยียดหยาม ชี้ไปที่พวกของลั่วเทียนเจียวแล้วพูดว่า “แล้วก็พวกเจ้าด้วย โถ่ ไอ้พวกสวะ”“ปากคอเราะร้ายนัก”“ฮึ อายุแค่นี้ แต่กลับอวดดีไร้มารยาทเช่นนี้”“ดูท่าแล้วนายน้อยลั่วพูดถูก เป็นไปตามที่พูดเลยว่าเป็นเด็กผู