เห็นเขาไม่เอาแล้ว หนานอู๋เฮิ่นถึงจ้องมองกระดาษหน้านั้น คาดเดาว่า “พรสวรรค์เป็นอย่างไรไม่ได้เขียนไว้ แต่อายุแค่นี้ กลับสามารถมาถึงขั้นนี้ ก็แสดงให้เห็นได้แล้วว่าพรสวรรค์ของนางไม่ธรรมดา แล้วก็ตอนที่อยู่ที่เมืองซั่งตู ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าลูกสาวของเจียงหลินเฟิงมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม คิดๆ ดูแล้วหลังจากที่วงศ์ตระกูลประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ถึงจะรู้ตัวได้ไม่นาน สามารถฝึกฝนมาได้ขั้นนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่านางไม่เพียงแต่มีพรสวรรค์มาก แล้วยังมีเนตรญาณที่แข็งแกร่งอีก”
อาศัยข้อมูลเพียงเท่านี้ หนานอู๋เฮิ่นก็สามารถคาดเดาเรื่องราวได้ ถ้าหากว่าเจียงหลีอยู่ที่นี่ ได้ยินคำพูดของเขาจะต้องคิดว่าคนคนนี้คิดอ่านมาอย่างละเอียดรอบคอบแล้วแน่นอน
ขณะนี้มู่หว่านโหรวก็หันกลับมามอง สายตาที่เยือกเย็นก็มองไปที่ข้อมูลของเจียงหลี “ถึงแม้เป็นเช่นนี้ แต่เป็นบ่าวรับใช้ นั่นก็คือความด่างพร้อยของนางตั้งแต่เกิด ต่อให้ในภายภาคหน้านางจะประสบความสำเร็จ เรื่องนี้ก็จะเป็นจุดที่ศัตรูใช้โจมตีนางได้”
หนานอู๋เฮิ่นกลับไม่สนใจ “ที่องค์หญิงเตือนก็ใช่ เพียงแต่ถ้าหากนางเข้ามาอยู่ในสถาบันไป๋หยวนของข้า ความเป็นบ่าวรับใช้ก็จะหายไป ยิ่งกว่านั้นผู้ที่แข็งแกร่งถึงจะได้รับความเคารพ ถ้าหากวันหนึ่งนางมีโอกาสท่องไปทั่วยุทธภพแล้วสยบผู้คนได้ จะมีใครกล้าพูดอันใดอีก”