้เจอกับเขาที่เมืองซั่งตู”“อ้อ ก็ไม่รู้ว่าองค์หญิงจะคิดอย่างไรกับชายผู้นี้” หนานอู๋เฮิ่นถามด้วยคามสนใจเป็นอย่างมากขณะเดียวกันเฮ่อเหลียนเฟิงและอู๋เชียนยิ้มมุมปาก ถูกสวมเขาแล้วๆ องค์หญิงกับไป๋หลี่เฟิ่งมีสัมพันธ์ส่วนตัวกัน ยิ่งบวกกับการที่องค์หญิงให้ความสนใจเขา ทั้งคู่ต่างก็รู้สึกต่อกัน นายน้อยตระกูลลู่ถูกสวมเขาเข้าให้แล้ว“หุนหันพลันแล่น พรสวรรค์ไม่มีใครเทียม” มู่หว่านโหรวพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แววตาของนางเป็นประกายแล้วพูดต่อว่า “เคร่งขรึม ยากที่จะเข้าถึง”เฮ่อเหลียนเฟิงดวงตาเบิกโพลง หยุดหายใจแล้วมองไปที่อู๋เชียน รู้เยอะเสียจริง องค์หญิงอันผิงพูดชมไป๋หลี่เฟิ่งก่อน หลังจากนั้นแล้วจึงพูดถึงนิสัยของเขา นี่หมายความว่าไป๋หลี่เฟิ่งปฏิเสธองค์หญิงอันผิงด้วยความแน่วแน่อย่างนั้นหรือทันใดนั้น เขาทั้งสองคนก็รู้สึกว่าลู่เจี้ยโดนสวมเขาอีกรอบเมื่อเทียบกับทั้งสองคนที่สนใจเรื่องขององค์หญิงอันผิง หนานอู๋เฮิ่นกลับให้ความสนใจไป๋หลี่เฟิ่งเป็นอย่างมาก ฟังมู่หว่านโหรวพูดจบ เขาพยักหน้าแล้วพูดว่า “มีพรสวรรค์ มีเอกลักษณ์ดี ไม่เลวๆ”“อ้อ เล่ากันว่าวิญญาณยุทธ์ที่หลอมรวมกับเนตรญาณดวงแรกของไป๋หลี่เฟิ่ง ก็คือชิงเฟิ่ง โดยเฉพาะพรสวรรค์ด้านการจู่โจม เรียกกันว่าผู้มีบารมีสูงส่ง” รู้สึกเหมือนว่าตนเงียบอยู่นานเกินไป เฮ่อเหลียนเฟิ่งกระแอมเบาๆ แล้วเข้าร่วมบทสนทนาอู๋เชียนก็พูดว่า “ชิงเฟิ่งเป็นวิญญาณยุทธ์ขั้นสองที่ยากที่จะได้