าอายเลยที่จะยอมรับ ดังนั้นนางจึงพยักหน้า “ใช่ คือข้าเอง”ประจวบกับคนที่อยู่รอบๆ เริ่มพูดคุยกันเรื่องนางด้วยเสียงเบาๆ“เพิ่งจะอายุสิบสองปี หลิงซื่อระดับห้าแล้วหรือ น่าประหลาดใจจริงๆ”“นั่นน่ะสิ ข้าอายุตั้งสิบหกปีแล้ว เพิ่งจะหลิงซื่อสี่เอง ข้าก็คิดว่าข้าเก่งกาจมากแล้ว ใครจะไปคิด แม้แต่สาวใช้จวนตระกูลลู่ ข้าก็สู้ไม่ได้”“สมแล้วกับการเป็นตระกูลลู่ที่ยิ่งใหญ่ของซูหนาน เพียงแค่สาวใช้คนเดียวก็สามารถจัดการกับผู้เข้าประลองที่เก่งกาจได้มากมาย”“เจ้าก็อย่าพูดเกินไปหน่อยเลย การประลองชิงเจียวครั้งนี้รวมนักสู้ที่มีฝีมือเอาไว้มากมาย สาวใช้ของจวนตระกูลลู่เก่งกาจมากก็จริง แต่ก็ไม่ได้เก่งกาจที่สุด”“เจ้าดูตรงนั้น เห็นชายผู้โดดเดี่ยวคนนั้นไหม เขาคือไป๋หลี่เฟิ่งแห่งเมืองจาวซี”“ไป๋หลี่เฟิ่ง! คนที่ฆ่าลูกชายของเจ้าเมือง ไป๋หลี่เฟิ่งคนที่สามารถข้ามขั้นของตนไปฆ่าคนระดับหลิงเจี้ยงน่ะรึ” เขาพูดด้วยความตกใจ“ใช่แล้ว เขานั่นเอง ได้ยินมาว่าเขาเป็นหลิงซื่อระดับเก้าแล้ว รอเพียงแค่หลอมรวมกับวิญญาณยุทธ์ตัวที่สอง ก็จะสามารถขึ้นอยู่ในระดับหลิงเจี้ยง เขามาเข้าร่วมงานประลองชิงเจียวครั้งนี้ ข้าว่าคงไม่มีใครเก่งไปกว่าเขาแล้ว”ไป๋หลี่เฟิ่ง?เจียงหลีได้ยินคนพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของนางและตระกูลลู่ แต่นางไม่คิดจะอธิบายอันใด หลังจากที่นางได้ฟังเรื่องราวของไป๋หลี่เฟิ่ง นางก็เกิดความสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย หันไปมองคนที่สวมผ้าคลุมสีกรมท่า