แต่ว่า กระดาษไม่อาจห่อไฟได้ สุดท้ายเรื่องก็ลุกลามไปทั่ว ดังนั้นงานประลองชิงเจียวครั้งนี้จึงคึกคักกว่าที่ผ่านมา
ลั่วเทียนเจียวไม่รู้เรื่องราวก่อนหน้าของเจียงหลี แต่ว่านางเหอซื่อกับเจียงอวี๋ต่างก็รู้ดี
สองคนใช้สายตาสื่อสารด้วยความตกใจเจียงหลีเบิกเนตรญาณไม่ได้ไม่ใช่หรือ แล้วจะฝึกพลังเยี่ยงไรอาจเป็นเพราะว่าผู้หญิงตระกูลเจียงไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกปราณตอนเด็กนางและเจียงหลีปลุกเนตรญาณแต่ละครั้งล้วนแต่ล้มเหลว
แล้วทำไมตอนนี้ นางสามารถเข้าร่วมงานประลองชิงเจียวได้ล่ะ
แม้ว่าในใจจะมีข้อสงสัย แต่เจียงอวี๋ก็ไม่ถามเยอะ เพียงมองลั่วเทียนเจียงด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรัก พูดเสียงเบาว่า “พี่เทียนเจียว ข้าไม่สนหรอก ว่าเจ้าจะแก้แค้นแทนข้าหรือไม่ ข้าแค่หวังว่าในการแข่งขันครั้งนี้เจ้าจะปกป้องตัวเองให้ดีและคว้าอันดับหนึ่งมาได้”
ยิ่งนางพูดเช่นนี้ ลั่วเทียนเจียก็ยิ่งรู้สึกเจ็บใจแทนนาง ความคิดที่จะแก้แค้นระบายแทนเจียงอวี๋ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น อีกทั้ง เขาส่งสายตาเป็นนัยให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นจากเมืองไป๋ลู่ ทันใดนั้น สายตาของที่หยิ่งผยองของทุกคนมองไปทางเจียงหลีพร้อมกัน แล้วจดจำใบหน้านางไว้
ราวกับรู้สึกอะไรบางอย่าง เจียงหลีหันกลับไปมอง เห็นในพวกเทียนเจียวแห่งเมืองไป๋ลู่ แวบเดียวก็เห็นที่ข้างกายลั่วเทียนเจียวว่ามีเจียงอวี๋และนางเหอซื่ออยู่ด้วย