“เรียนท่านเจ้าเมือง องค์หญิงอันผิงเสด็จขอรับ”
เสียงดังก้องกังวานชัดขึ้น ขัดจังหวะเสวนาของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอู๋เชียนจากสำนักหลิงอู่หรือหนานอู๋เฮิ่นจากสถาบันไป๋หยวนหยวน สายตาแสดงถึงความแปลกประหลาดใจพร้อมหันมองไปทางประตู
เฮ่อเหลียนเฟิงตกตะลึงอยู่ครู่นึง เพราะเขาเองก็ประหลาดใจเช่นกัน
แต่เขาก็รู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว รีบวางแก้วลงพร้อมยืนขึ้น พูดกับผู้อารักขาด้างนอกว่า “ยังไม่รีบเชิญองค์หญิงอันผิงเสด็จอีกหรือ”
“ไม่จำเป็น” เขาเพิ่งพูดจบ ก็มีเสียงไพเราะเสนาะหูดังขึ้นมาจากนอกประตู
ตามติดมาด้วยกลุ่มคน เดินเข้าไปในห้องโถง
ทันทีที่คนเหล่านี้เดินเข้ามา ทุกคนในห้องโถงต่างพร้อมใจกันลุกขึ้นอย่างไม่ได้นัดหมาย สายตาจ้องมองไปทางหญิงสาวที่เดินนำหน้า
นางมีใบหน้าที่สวยดั่งดอกพุดตานที่ไม่มีใครเทียบได้ มวยผมที่ถูกม้วนด้วยความประณีต ปิ่นปักหยกทองที่ดูสง่างาม พร้อมด้วยเสื้อไหมที่ใส่แสดงให้เห็นถึงฐานะที่ไม่ธรรมดาของนาง
งามก็งามนะ แต่เย็นชาไปหน่อย
อู๋เชียนกับหนานอู๋เฮิ่นถอนหายใจเล็กน้อย องค์หญิงอันผิงเป็นหนึ่งในสามสตรีที่งดงามที่สุดในโฮ่วจิ้น เรื่องความงดงามไม่ต้องสงสัย เพียงแค่ความเย็นชาที่แสดงบนสีหน้าสายตาที่ปฏิเสธคนที่เข้าหา
วินาทีที่องค์หญิงอันผิงเดินเข้ามา ทุกคนต่างรู้สึกว่าห้องโถงมีแสงเจิดจรัสขึ้นทันที
จนนางกวาดสายตา ขมวดคิ้วแสดงถึงความไม่พอใจ ทุกคนต่างสะดุ้งทันที