เฮ่อเหลียนเฟิงรีบเดินลงมาอย่างรวดเร็ว พร้อมคงโค้งคำนับให้องค์หญิงอันผิง “กระหม่อมไม่ทราบว่าองค์หญิงเสด็จมาถึงแล้ว โปรดอภัยให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ” พอพูดเสร็จ ผู้คนต่างกำมือกล่าวต้อนรับ
“ขอคารวะต้อนรับองค์หญิง”
ดินแดนหนานฮวงมีกฎอยู่ข้อหนึ่งว่า เมื่อฝึกฝนจนก้าวขึ้นสู่ระดับหลิงเจี้ยงแล้ว ไม่จำเป็นต้องคุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้และขุนนางได้ โถงใหญ่นี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกจนถึงระดับหลิงเจี้ยงแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงคำนับด้วยมือ มีแต่บ่าวใช้เท่านั้นที่คุกเขาลง
“ลุกขึ้นเถิด” มู่หว่านโหรวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชากับแววตาที่สงบราบเรียบ สำหรับคำพูดอย่างเป็นมารยาทของเฮ่อเหลียนเฟิง นางก็ตอบกลับอย่างสุภาพ “ข้ามาครั้งนี้ ไม่ได้แจ้งท่านเจ้าเมืองล่วงหน้าล่วงหน้า ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ท่านเจ้าเมืองไม่ต้องใส่ใจมากนัก เพียงแค่ว่าที่ข้ามาครั้งนี้ คงต้องรบกวนท่านเจ้าเมืองหลายวัน ท่านจะสะดวกหรือไม่”
“สะดวกพ่ะย่ะค่ะ ขอแค่องค์หญิงไม่รังเกียจบ้านกระหม่อมก็เพียงพอ” เฮ่อเหลียนเฟิงกล่าวอย่างรวดเร็ว เขาจะกล้าพูดว่าไม่สะดวกหรือ อย่างไรก็ตามที่บ้านมีคนของสำนักหลิงอู่กับสถาบันไป๋หยวนพักอยู่ มีองค์หญิงอันผิงเพิ่มมาอีกคนก็ไม่ได้แย่ไปกว่านั้นแล้ว