“ข้ามาโดยกะทันหันก็เป็นการรบกวนมากแล้ว จะรังเกียจได้อย่างไร” มู่หว่านโหรวเอ่ยเบาๆ เพื่อจบการทักทาย เฮ่อเหลียนเฟิงทราบถึงความหมายชัดเจน รีบให้คนไปจัดเตรียมห้องรับรองที่เงียบสงบเพื่อองค์หญิงอันผิงและผู้ติดตามพักอาศัย
ในเวลาเดียวกันเขาแนะนำอู๋เชียนกับหนานอู๋เฮิ่นทั้งสองแก่องค์หญิงอันผิง
มู่หว่านโหรวกวาดตามองไปใบหน้าทั้งสอง กล่าวว่า “ผู้เฒ่าอู๋กับท่านอาจารย์หนาน เป็นคนผู้มากความสามารถของโฮ่วจิ้น การที่ท่านทั้งสองมาเยือนงานประชุมชิงเจียงซูหนานด้วยพวกท่านเอง ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับแคว้นซูหนาน”
คำพูดของนาง ถ้าหากเป็นผู้อื่นพูดต้องดูหยิ่งยโสแน่นอน ทว่า นางกล่าวด้วยฐานะขององค์หญิง จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง
“องค์หญิงอันผิงชื่นชมเกินไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ” อู๋เชียนรีบพูด
สำนักหลิงอู่ขึ้นตรงกับราชวงศ์ เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องแสดงความเคารพเป็นพิเศษ แต่หนานอู๋เฮิ่นเพียงรักษารอยยิ้มอย่างมีมารยาท ไม่ได้เอาอกเอาใจหรือทำความเคารพจนเกินไป
“องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจัดงานต้อนรับผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง ไม่ทราบว่าองค์หญิงสนพระทัยเข้าร่วมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เฮ่อเหลียนเฟิงถามเพื่อหยั่งเชิง
มู่หว่านโหรวคิดอยู่สักพัก พยักหน้าเป็นอันตกลง
เมื่อเห็นนางพยักหน้า เฮ่อเหลียนเฟิงรีบสั่งให้คนไปจัดเตรียมที่นั่งใหม่ทันที ด้วยฐานะตำแหน่งของมู่หว่านโหรว ถึงแม้เขาเป็นเจ้าเมือง ก็ไม่อาจกล้านั่งสูงนัก