เบื้องบนท้องฟ้าเวิ้งว้าง ทะเลเมฆพลันปั่นป่วน
ทั้งที่ควรเป็นดินแดนซึ่งฤดูกาลไม่อาจแตะต้อง หากในยามนี้กลับมีเกล็ดหิมะอันประหลาดโปรยปรายลงมาอย่างแผ่วเบา… สายตาที่ทอดมองไปกลับเห็นเพียงความหม่นมัว แม้แต่เสียงลมยังคล้ายหยุดนิ่ง
ความเงียบงันอันยิ่งใหญ่
กลางทะเลเมฆ ปรากฏบุรุษหนุ่มในอาภรณ์งามล้ำ นั่งขัดสมาธิ ประสานมือทำมุทรา ถือไว้ซึ่งจันทร์กระจ่างหนึ่งดวงอันขาวนวลในฝ่ามือ สะท้อนรัศมีเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกเป็นสาย
จันทร์ดวงนั้นเปรียบดั่งศูนย์กลางแห่งความเย็นเยียบในฟ้าดิน แสงกระจ่างล้อมรอบเขาดุจม่านหมอก แปรเปลี่ยนไปมาระหว่างภาพแห่งต้นหงส์เหมันต์ จานหยก คางคกน้ำแข็ง และสรรพสิ่งอื่นอีกนับมิถ้วน ทั้งหมดล้วนเลือนลางรางรอย คล้ายเพียงภาพมายาที่พลันดับวับไปในพริบตา… แล้วกลับรวมเป็นหนึ่งอีกครา ทำให้จันทร์ดวงนั้นทวีความสว่างยิ่งขึ้นไปอีก สะท้อนเงาหน้าของเขา นิ่งเงียบ ไร้ความรู้สึก
‘เหมันต์เร้นลับ!’
ยอดวิชานี้คือวิชาเทพลำดับที่สามของลวี่หยาง ต่อเนื่องจากเจ้าแห่งศาสตราและหว่านจินกงครานี้อยู่ในขอบเขตแห่งทองซินเป็นหนึ่งในวิชาเทพที่แปรมาจากความอัศจรรย์ถือธรรม
บัดนี้ปรากฏอยู่ในฝ่ามือของลวี่หยาง
โดยไม่ต้องกระทำสิ่งใด รัศมีจันทร์พลันไหลรินออกมาทีละสาย… รับรู้ฟ้าดิน ประทับทับลงบนร่างเงารูปของเด็กหนุ่มในชุดนักบวชเบื้องล่าง
“สหายนักพรตแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ท่านใดกัน?!”
อรหันต์ฝูหลงเงยหน้าขึ้น ส่งเสียงคำรามแหลมคมออ