อครองกายธรรม แต่ขอบเขตก็เพียงวางรากฐานขั้นกลางสมบูรณ์ มิอาจต่อกรกับเจินเหรินใหญ่ได้แม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนั้น เขาจึงไม่มีท่าทีหลงระเริงแม้สักกระผีก
“พี่จ้าว”
เมื่อเข้าสู่ตลาด ลวี่หยางก็แผ่จิตเทวะออกกวาดตรวจทันที และก็พบเงาร่างผู้หนึ่งซึ่งคุ้นตายิ่ง คือจ้าวซวี่เหอ ผู้ที่ติดหนี้แต้มคุณความดีของเขาก้อนใหญ่ในหลายชาติภพก่อน
‘ว่าแล้วเชียว เขาก็ยังเลือกฝึก《คัมภีร์เก้าแปรมังกร》อยู่ดี’
แววตาลวี่หยางไหววูบเล็กน้อย จ้าวซวี่เหอในยามนี้มีขอบเขตอยู่ที่ขั้นรวมลมปราณสมบูรณ์ หากไร้อุปสรรค คงจะทะลวงเข้าสู่วางรากฐานภายในไม่กี่ปีจากนี้
‘เช่นนั้น…อรหันต์ฝูหลงก็คงจะปรากฏตัวแล้วกระมัง?’
ลวี่หยางคลี่ยิ้มออกมาทันที
ครู่ถัดมา เขาก็พลันเหมือนนึกบางสิ่งขึ้นได้ จึงส่งจิตเทวะเข้าสู่ธงหมื่นวิญญาณ แล้วค้นหาจ้าวยอดเขาปะสานฟ้า ซึ่งเคยถูกเขาหลอมกลืนให้กลายเป็นวิญญาณสถิตอยู่ในธงนี้มาก่อน
“ข้าถามเจ้า เจ้าคงกำลังเตรียมทะลวงขึ้นขั้นปลายแล้วกระมัง?”
“ขอทูลนายท่าน ใช่แล้วขอรับ”
สิ้นคำ ดวงตาลวี่หยางก็ทอแสงทันใด กล่าวเสียงแผ่ว “หากเป็นเช่นนั้น เจ้าก็คงได้เบาะแสของทองซินมาไว้ลับๆ ตั้งแต่เนิ่นแล้วสินะ!”
ก่อนหน้านี้ลวี่หยางมิได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก เพราะในเส้นเวลาเดิมนั้น จ้าวยอดเขาปะสานฟ้ารอจนกว่าร้อยปีจึงเริ่มพยายามทะลวงสู่ขั้นปลาย ทว่าพอเห็นจ้าวซวี่เหอ เขาก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที ว่าคนผู้นี้…อาจจะมีทุนรอนในการทะลวงขั้นปลายอยู่แ