รอยยิ้มของลู่เจี้ยไม่เปลี่ยนแปลง และดูเหมือนเขาจะไม่สนใจคำพูดที่แผ่วเบาของนาง “เห็นทีไม่จำเป็นต้องใช้ตัวเจ้าเองเป็นการแลกเปลี่ยน ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีเรื่องราวที่ยังไม่ได้เล่า วันนี้ข้าก็สนใจและอยากจะฟัง”
แท้จริงยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของข้าเอง
เจียงหลีหัวเราะอย่างเยือกเย็นในใจ
“ท่านอยากรู้เกี่ยวกับตัวข้าเหรอ” เจียงหลีถามด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าที่อ่อนเยาว์และอ่อนโยน ซึ่งการแสดงออกของนางในขณะนี้ ดูไม่เข้ากันโดยสิ้นเชิง และเหมือนว่ามีความรู้สึกอึดอัด
แต่ว่าในความอึดอัดนี้ มันกลับทำให้รู้สึกยอดเยี่ยมและตื่นตาจนคนดูไม่กล้าจ้องมองตรงๆ
ลู่เจี้ยหรี่ตาลงเล็กน้อยโดยมุ่งความสนใจไปที่หญิงสาวที่กำลังต่อรองกับเขา “ตลอดที่ผ่านมาข้าเป็นคนที่ชอบฟังนิทาน”
เพียงประโยคเดียว ได้อธิบายถึงความมุ่งมั่นของเขา
เจียงหลีขมวกคิ้วและยกชายกระโปรงขึ้นแล้วนั่งขัดสมาดลงบนพื้น เงยหน้าขึ้นมองคางเล็กแหลมของเขา “ตกลง ท่านอยากรู้ข้าก็จะบอกแก่ท่าน แต่ทว่าเรื่องนี้ยาวและเมื่อเล่าแล้วจะเสียเวลาหน่อยนะ เพื่อไม่ให้กระทบกับการหลอมรวมวิญญาณยุทธ์ ข้าจะเล่าเพียงหนึ่งในสามของเรื่องราวก่อน”
“นิทานหนึ่งเรื่อง สามารถแบ่งเล่าเป็นสามครั้งเชียวหรือ” ลู่เจี้ยพูดด้วยรอยยิ้ม