เจียงหลีกล่าวอย่างถากถาง “ตอนนี้ข้ายากจนมาก ดังนั้นจึงต้องเก็บของที่มีค่าไว้บ้าง เผื่อว่านายน้อยต้องการจะแลกเปลี่ยนบางอย่างกับข้าในครั้งต่อไป ข้าจะได้มีของเพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อเสนอ”
ลู่เจี้ยหัวเราะเบาๆ โดยไม่รู้ตัว “เล่าครึ่งหนึ่ง”
“ได้” คราวนี้เจียงหลีกตอบอย่างง่ายดาย จากนั้นนางก็เริ่มเล่าให้ลู่เจี้ยฟังเกี่ยวกับชีวิตในภพชาติที่แล้วของตน
นางเล่าได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตนเกิดมา การกินและดื่ม ได้พูดทุกอย่างแล้ว
นี่มันช่างเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ แต่ลู่เจี้ยกลับฟังอย่างมีอรรถรสและยังถามคำถามเป็นครั้งคราว
“เล่าถึงตรงนี้ก่อนนะ” เจียงหลีเล่าถึงตอนที่ตนกำลังเลือกสามีก็หยุดชะงัก
ครึ่งหนึ่ง คือครึ่งหนึ่งจริงหรือ เจียงหลีถามตัวเองอยู่ในใจ
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มู่ชิงเกอก็เข้ามาในโลกของนางและโลกที่มีมู่ชิงเกอน่าตื่นเต้นกว่าเรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อนนั้นของนางเสียอีก
ไม่ได้มีเจตนาหยุดไว้ตรงนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อนางเล่าถึงอดีตของตนแก่ลู่เจี้ย นางเองก็ย้อนคิดถึงความทรงจำเหล่านั้นเช่นกัน มู่ชิงเกอเป็นสหายที่นางให้ความสำคัญมากและนางไม่ต้องการบอกเรื่องราวของเขาไปเพียงเพราะเพื่อการแลกเปลี่ยน
หลินชวนหรือโลกแห่งยุคกลาง…ชิงเกอ ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด
ลู่เจี้ยมองเห็นความเศร้าที่ปรากฏในดวงตาของนาง ทันใดนั้นก็ถามว่า “เจ้าบอกว่าเพราะปกป้องบุคคลที่สำคัญ เจ้าจึงมาที่นี่อย่างนั้นหรือ”