คิดว่าว่านางเป็นคนป่าเถื่อนที่ฆ่าโดยไม่ปล่อยโอกาสให้คนได้แก้ต่างหรืออย่างไรกัน
“…” ลู่จ้านพูดไม่ออก เขาขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ข้ากำลังถามเจ้า ทำไมถึงช่วยให้เซียวเซียวได้ที่หนึ่ง เจ้ารู้ไหมว่าถ้าทุกคนทำตามพฤติกรรมของเจ้า การเลือกจะสูญเสียความหมายไป”
กลายเป็นว่าถามเรื่องนี้
เจียงหลีพลันรู้สึกตัว แต่ไม่ได้ตกใจกับอารมณ์ของเขา “ท่านเองได้ยอมรับอันดับของเขาแล้ว ท่านจะมาพูดอะไรกับข้าอีก กลัวว่าจะมีคนทำตาม เริ่มต้นการเลือกในครั้งต่อไป สามารถชี้ให้เห็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”
ลู่จ้านส่งลมปราณออกอย่างกะทันหัน ทันใดนั้นเจียงหลีก็รู้สึกราวกับว่าตนถูกชี้ด้วยอาวุธมีคมนับไม่ถ้วน มันสามารถฉีกนางเป็นชิ้นๆ ได้ตลอดเวลา
รุนแรงมาก เจียงหลีกล่าวด้วยความประหลาดในใจ
ด้วยดวงตาที่สุกใสของนางมองไปที่ลู่จ้าน แม้ว่าพลังการต่อสู่จะไม่ดีเท่าเขาแต่นางก็จะไม่อ่อนแอในแง่ของลมปราณ
ระหว่างพืชพรรณ ที่ต้นหนึ่งใหญ่ต้นหนึ่งเล็ก ต้นหนึ่งสูงและต้นหนึ่งเตี้ยนั้น ร่างทั้งสองก็เผชิญหน้ากัน
ลมหายใจที่ปล่อยออกมาจากลู่จ้านก่อให้เกิดคลื่นอากาศล้อมรอบ และได้ล้อมรอบคนทั้งสอง คลื่นอากาศเหล่านั้น เหมือนกับใบมีดที่แหลมคมได้ข่วนผิวหนังของเจียงหลี เสื้อผ้าของนางเกิดเสียงสะบัดพัดปลิว
นางกัดฟันและยืนหยัดเอาไว้ ดวงตาไม่ฉายแววอ่อนแอ ขาทั้งสองของนางดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับพื้นโลกและไม่มีทางก้าวถอยหลัง