“ค่าตอบแทนของผู้อารักขาทั่วไปนั้นเทียบไม่ได้เลยกับผู้อารักขาประจำตระกูล ยิ่งไปกว่านั้นยังห่างชั้นกันราวฟ้ากับดิน แต่ว่าภารกิจที่ผู้อารักขาประจำตระกูลได้รับก็จะยากกว่ามากเช่นกัน แต่โอกาสก็มากกว่า ถ้าหากรอดถึงสิบปีก็จะรับตำแหน่งพิเศษในตระกูลลู่ แม้กระทั่งได้ใช้แซ่ลู่เพื่อเป็นหลักประกัน” เซียวเซียวอธิบายเพิ่มอีกขั้น “ว่ากันว่า ผู้บัญชาการลู่จ้านก็เป็นอดีตผู้อารักขาประจำตระกูลและเป็นผู้อารักขาประจำตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุด”
เจียงหลีเหมือนมีแสงสว่างวาบผ่านดวงตา คำพูดนี้ของเซียวเซียวแสดงออกถึงข้อความที่สำคัญมากมายและเป็นการอธิบายทางอ้อม ทำให้รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกถึงเพียงนี้
แต่ว่าสิ่งที่นางประหลาดใจมากที่สุดคือ ลู่จ้านมีลมปราณเช่นไรและเขามีเนตรญาณทั้งหมดกี่ดวง
“ถึงแม้พวกเจ้าจะชนะแล้ว แต่ว่าสิทธิ์มันมีเพียงสิทธิ์เดียว สามครั้งก็ได้เข้าแค่สามคน แต่พวกเจ้ามีถึงเจ็ด” เจียงหลีกล่าวด้วยความสงสัย
เด็กหนุ่มเหล่านี้ได้แต่มองหน้ากันไปมา
สุดท้ายเซียวเซียวก็ได้พูดขึ้นมา “พวกเรารู้อยู่แก่ใจและเข้าใจโอกาสสามครั้ง แต่พวกเราขอแค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว”
“ใช่แล้ว พี่เซียวเป็นตัวแทนของพวกเรามีพรสวรรค์เหนือสุดแถมเฉลียวฉลาด พวกเราแค่คอยส่งเขาไปให้ถึงฝั่ง ขอเพียงแค่เขาสามารถรอดออกมาได้ก็จะปฏิบัติต่อพวกเราเป็นอย่างดี”
“ถูกแล้ว พี่เซียวจะดูแลพวกเรา”