เจียงหลียักคิ้วและยิ้ม รอยยิ้มแฝงด้วยความเยาะเย้ย “ตั้งแต่ที่พวกเจ้าคิดจะร่วมมือกัน และยังวางแผนเพื่อส่งเจ้าให้เป็นผู้อารักขาประจำตัว การคัดเลือกนี้ก็ไม่หลงเหลือความยุติธรรมใดแล้ว อย่ายกยอตัวเองให้สูงส่งเช่นนั้น แท้จริงพวกเจ้าเพียงแค่ต้องการบรรลุเป้าหมายเท่านั้น ถ้ามองเช่นนี้ข้าและพวกเจ้าก็ไม่ต่างกัน หินวิญญาณแบ่งมาให้ข้าครึ่งหนึ่ง เพราะเจ้าเพียงต้องการเพียงสิทธิ์ของผู้อารักขาประจำตระกูล ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเจ้าสามารถแบ่งให้พวกเขา ถึงพวกเขาจะเสียสิทธิ์ผู้อารักขาประจำตัว เมื่อเข้าไปยังค่ายฝึกทหาร ขอเพียงแค่ขยันสู้ชีวิตก็ยังสามารถได้คุณสมบัติการฝึก และหลังจากที่เจ้าเข้าไปฝึกผู้อารักขาประจำตระกูลแล้วก็จะมีคุณสมบัติฝึกฝนเช่นเดียวกัน ดังนั้นหินวิญญาณครึ่งหนึ่งสำหรับเจ้าแล้วมันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ และประเด็นที่สำคัญ…” นางยกมือขึ้นชี้ไปที่ใบหน้าของเซียวเซียว “อย่าลืมล่ะ พวกเจ้าแพ้ข้าถ้าข้าไม่ยอม เจ้าทำได้เพียงแค่เข้าในไปค่ายฝึกทหารกับพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นหินวิญญาณสักก้อนก็อย่าคิดว่าจะได้”
คำพูดนี้ของนางทำให้เด็กหนุ่มทั้งเจ็ดเงียบจนพูดไม่ออก ต่างคนต่างมองกันไปมา สุดท้ายต่างก็ได้มองไปที่เซียวเซียวที่พวกเขาเชื่อถือ
เซียวเซียวเกิดความลังเลในใจ สุดท้าย ก็ได้พยักหน้าตอบตกลง “ได้ งั้นก็ทำตามวิธีที่เจ้าพูด”